กระทรวงพาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน เม.ย. 56โต 10.52% ระบุอุตสาหกรรมขยายตัวดี แค่ห่วงสินค้าเกษตร หลังบาทแข็ง ขณะที่ยอดการส่งออก 4เดือนแรก เติบโต 5.74%มองสถานการณ์เงินบาทยังผันผวน พร้อมจับตามาตรการดูแลใกล้ชิด
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าสติถิการส่งออกของประเทศ ในช่วงเดือนเมษายน 2556ยอดการส่งออกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 10.52%หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 18,698ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่มีการขยายตัวได้ดี คือ สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวเพิ่มขึ้น 19.3% ทำให้การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม มีสัดส่วนในการส่งออกมากกว่า 60% สินค้าที่ส่งออกได้ดี คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง ในขณะที่การนำเข้า ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.91%คิดเป็นมูลค่า 21,550ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้ดุลการค้าของประเทศในช่วงเดือนเมษายน ยังคงขาดดุลอยู่ที่ 2,851ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเป็นห่วงสินค้าเกษตร ที่มีการส่งออกลดลง โดยเฉพาะกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาล และข้าว เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ส่วนสติถิการส่งออกของประเทศในช่วง 4เดือนแรกของปี 2556ว่า การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.74% คิดเป็นมูลค่ากว่า 75,665ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.56%คิดเป็นมูลค่า 86,428ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้ดุลการค้าของประเทศ ในช่วง 4เดือนแรก ยังคงขาดดุลอยู่ที่ 10,762ล้านเหรียญหรัฐ โดยตลาดที่ยังสามารถขยายตัวได้ คือ ตลาดออสเตรเลีย แอฟริกา และฮ่องกง อย่างไรก็ตามมองว่า ค่าเงินบาทในขณะนี้ยังคงมีโอกาสผันผวนได้ เพราะประเทศไทยยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ทำให้มีเงินทุนไหลเข้า อัตราดอกเบี้ยยังสูง หากยังไม่มีมาตรการดูแล โอกาสที่ค่าเงินบาทจะมีความผันผวนและแข็งค่า ยังคงมีความเป็นไปได้
สำหรับการประชุมผลักดันการใช้เงินบาทเป็นสกุลหลัก ในการทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านนั้นเพื่อความคล่องตัวในการทำการค้าชายแดนให้มากขึ้น จากปัจจุบัน มูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 900,000 ล้านบาท และมีการค้าขายเป็นสกุลเงินบาท อยู่ที่ร้อยละ 50 ซึ่งหากทำการค้าสะดวกมากยิ่งขึ้น คาดว่ามูลค่าการค้าชายแดนจะสามารถจะขยายตัวได้เป็น 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ภาคเอกชนเอง ก็มีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่จะให้ผลักดันสกุลเงินบาทในการค้าขาย เพื่อลดต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่จะกระทบการค้าในอนาคต