ความเขียวขจี (GREEN) เกิดขึ้นได้จากการปลูกต้นไม้ให้เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี แนวพระราชดำริ ปลูกสามอย่างแล้วได้ประโยชน์สี่อย่าง คือปลูกไม้ที่เป็นอาหารได้อย่างหนึ่ง ปลูกไม้ที่มีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างหนึ่ง ปลูกไม้ที่ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอย่างหนึ่ง (พลังงานทดแทนสะอาด) สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งคือการที่ต้องมีปัจจัยเพื่อการเจริญเติบโตของพืชคือน้ำ แนวพระราชดำริที่เป็นที่ประจักษ์คือการทำแก้มลิง การทำแหล่งเก็บกักน้ำในชุมชน โดยไม่ให้น้ำท่วมในฤดูฝน และไม่ขาดน้ำในฤดูแล้ง สังคมใดที่มุ่งมั่นทำให้ต่อเนื่องน่าจะมีแต่ความเขียวขจี เมื่อมีน้ำทำให้เกิดต้นไม้หรือป่าไม้ และความชุมชื้นจะกลับมา
ความสะอาด (CLEAN) การทำให้สังคมมีความสะอาดนั้น ต้องทำใน 4 มิติ มิติแรก คือ อากาศสะอาด โดยรณรงค์ให้ลดการเผาวัสดุทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเศษวัชพืช เศษพืชในไร่นา เศษขยะ ซึ่งหากรวบรวมไปเผาในเตาที่ปิดจะสามารถนำความร้อนไปใช้เป็นพลังงานทดแทนสะอาดได้ หรือนำเศษพืชหรือสัตว์ที่ย่อยสลายได้ไปผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเพื่อพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนสะอาดในชุมชน มิติที่สองคือ น้ำสะอาด ในชุมชนมีการผลิตน้ำเสียอยู่มากมายทั้งจากบ้านเรือน โรงงาน การเกษตร ฯลฯ แนวทางแก้ไขที่ประสบความสำเร็จมากคือการนำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นพลังงานทดแทนสะอาด นอกจากนี้ การสร้างจิตสำนึกที่ดีโดยการลดการปล่อยน้ำเสียออกมา น่าจะเป็นมาตรการที่ได้ผลในระยะยาว มิติที่สามคือ ดินสะอาด โดยเฉพาะดินที่ใช้เพาะปลูกมักมีการปนเปื้อนจากสารเคมีที่สร้างมลพิษสะสมลงในดินและยังทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศ จึงต้องมีการรณรงค์ให้ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีลง มิติที่สี่ ที่มีความสำคัญมากและเป็นปัจจัยให้ทุกๆอย่างก้าวสู่ความสำเร็จ คือใจคนสะอาด ในประเทศไทยมีหลายศาสนาและเชื่อว่าทุกศาสนาสั่งสอนให้เป็นคนดี หากสังคมใดมีคนดี คนใจสะอาด ย่อมส่งผลให้สังคมนั้นน่าอยู่เป็นอย่างยิ่ง
ความปลอดภัย (SAFETY) ในที่นี้จะหมายรวมในความปลอดภัยในหลายมิติด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ความปลอดภัยด้านอาหารที่ต้องปราศจากสารพิษตกค้าง จิตสำนึกของผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร โรงงานแปรรูป รวมถึงผู้จำหน่าย ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคในสังคมอย่างแท้จริง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปไหนมาไหนด้วยยานพาหนะใดก็ตามต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุด หรือความปลอดภัยในทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้ในบ้านเรือนโดยไม่ถูกโจรกรรม มาตรการความร่วมมือของคนในสังคมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ให้สังคมนั้นๆมีความปลอดภัย การหันมาใช้พลังงานสะอาด ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สร้างความปลอดภัยขึ้นในสังคม
ความมีสุขภาพที่ดี (HEALTHY) อย่างที่มีการพูดไว้ว่า ความไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ ยังคงใช้ได้ตลอดไป การที่ทำให้ผู้คนในสังคมมีสุขภาพกายและใจที่ดีนั้น คงต้องมีการรณรงค์ส่งเสริมกันอย่างต่อเนื่อง และมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษาโรค การส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่มั่นใจว่าจะช่วยลดและชะลอการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันสุขภาพใจก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โรคเครียดนับว่าโรคหนึ่งที่น่ากลัว เพราะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆตามมา การนำเอาศาสนาเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาจิตใจจึงเป็นแนวทางหนึ่งในสังคมไทย
ความอยู่ดีกินดี (WEALTHY) ในที่นี้มิได้มุ่งเน้นจากการมีทรัพย์สินเงินทองที่มากมาย แต่ความอยู่ดีกินดีนี้ จะน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมายึดถือ และปฏิบัติ การทำให้สังคมที่อยู่กันอย่างพอเพียง พอมี พอกิน มีความเอื้ออาทรต่อกัน นับว่าเป็นสังคมดั้งเดิมของประเทศไทย จะเห็นได้ว่าสังคมแห่งความผาสุกที่แท้จริงนั้น น่าจะทำได้ไม่ยากหากแต่ทุกคนในสังคมมีความตระหนักต่อสังคมโดยรวมมากกว่าส่วนตน ก็ไม่น่าจะไกลเกินฝันอย่างแน่นอนครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,658 4 - 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554




