+ ราคาน้ำมันเปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น หลังจีนประกาศตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบในเดือน ม.ค. ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 7% จากปีก่อน
ขณะที่การนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านปรับลดลงกว่า 30% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น
- อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อผลการเลือกตั้งในอิตาลี หลังโพลชี้ว่านายปิแอร์ ลุยจิ แบร์ซานี อาจจะชนะอดีตนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี ไปเพียงเล็กน้อย ทำให้ต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งถ้าไม่สำเร็จอาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่อปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปและความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ของอิตาลี ทำให้เกิดแรงเทขายทั้งตลาดน้ำมันและตลาดหุ้นวานนี้
- ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านกับ 6 ชาติตะวันตกในวันนี้ (26 ก.พ.) ในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน มาจะสามารถเจรจาหาข้อสรุปการแก้ปัญหาได้หรือไม่
- ตลาดรอผลการแถลงการของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันนี้ (26 ก.พ. ) ว่าธนาคารกลางจะมีแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนปรนอย่างไร โดยเฉพาะ มาตรการ QE ในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งอาจจะเลิกเร็วกว่าที่คาดกันไว้ รวมทั้งความกังวลในเรื่องมาตรการลดรายจ่ายของสหรัฐฯ มูลค่ารวม 85,000 ล้านเหรียญฯ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันศุกร์นี้ ถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถตกลงกันได้สำเร็จ
- ผลสำรวจรอยเตอร์คาดว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 22 ก.พ. จะปรับเพิ่มขึ้นอีก 2.3 ล้านบาร์เรล นับเป็นการปรับขึ้นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอินเดียส่งออกน้ำมันเบนซินมายังเอเชียเพิ่มขึ้น ช่วยลดความตึงตัวของอุปทานในภูมิภาค
ราคาน้ำมันมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่อุปทานมีจำกัดจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น
ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง
กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 112 -120 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 92-100 เหรียญฯ ติดตามผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของอิตาลีและการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลต่อนโยบายการแก้ปัญหาหนี้ รวมทั้งการเจรจาระหว่างอิหร่านกับ 6 ชาติตะวันตกในเรื่องโครงการนิวดคลียร์และแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันนี้
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันอังคาร: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ การแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรส
วันพุธ : ยอดขายปลีกและความรู้สึกผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจเยอรมนี (GfK) จีดีพีไตรมาส 4 ของอังกฤษ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอการปิดขายสหรัฐฯ
วันพฤหัส: ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน จีดีพีไตรมาส 4 และยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตเมืองชิคาโก ดัชนีภาคการผลิตจีนโดยทางการจีนและ HSBC (final)
วันศุกร์: ดัชนีภาคการผลิต รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลสหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิตและอัตราว่างงานยูโรโซน ดัชนีภาคการผลิตอังกฤษ สเปนและอิตาลี ดัชนีภาคบริการจีน ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ(ม.มิชิแกน)
- ติดตามผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของอิตาลีและการจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งถ้าไม่สำเร็จอาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่และมีความเสียงต่อการแก้ปัญหาหนี้ของอิตาลี
- ติดตามการแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 26 กพ. นี้ เกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและแนวทางในการดำเนินนโยบายทางการเงิน (QE)
- ติดตามการเจรจาตัดลดรายจ่ายของสหรัฐฯ มูลค่ารวม 85,000 ล้านเหรียญฯ ที่จะมีผลในวันที่ 1 มี.ค. นี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถเจรจาได้สำเร็จก่อนเส้นตายหรือไม่
- ติดตามการเจรจาระหว่าง 6 ประเทศมหาอำนาจกับอิหร่านในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 26 ก.พ. ที่ประเทศคาซัคสถาน หลังชาติตะวันตกพร้อมจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำและโลหะมีค่า เพื่อให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์
- ติดตามปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะในประเทศซีเรีย อิสราเอล ซูดาน อียิปต์และตูนิเซีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันของโลก




