หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee

เจาะลึก NEW CBD “อารีย์-สะพานควาย-จตุจักร” 3สถานีนี้ภายใน1-2ปีนี้ลงทุนอีกกว่า2.5หมื่นล้าน

หากโฟกัสทำเลยอดนิยมของการซื้อ-การขายห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม เชื่อว่า ถนนพหลโยธินตอนต้นๆช่วงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีอารีย์-สะพานควาย-จตุจักร ที่ถือว่าเป็น Interchange ที่ 4 ของกรุงเทพฯ โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้คือ อ่านต่อ

เจริญนครวันนี้ “เจริญ”สมชื่อ ธุรกิจค้าปลีก-โรงแรม-คอนโดฯพรึ๊บ รับกำลังซื้อ-บูมท่องเที่ยวริมน้ำ

เพ-ลานี้คงไม่มีพื้นที่ไหนที่จะถูกพูดกล่าวขานถึงอย่างมากมายเหมือนเช่นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเติบโตสูง สะท้อนภาพผ่านกลุ่มนายทุนใหญ่ของไทยที่ประสบความสำเร็จระดับหมื่นล้านแสนล้านบาทต่างมุ่งหน้างัดที่ดินเก่าหรือซื้อที่ใหม่ เข้ามาเพิ่มแข่งผุดโปรเจคยักษ์ประชันกันแบบไม่มีใคร?ยอมใคร? ซึ่งมองได้หลายมุมทั้งในรูปแบบการแข่งขันและเอื้อธุรกิจซึ่งกันและกันมุ่งหวังรับตลาดการค้า การลงทุนเสรีภายใต้กรอบตกลงต่างรวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ...อ่านต่อ

TIFF 2015: ASEAN Smart Living งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของอาเซียน และเวทีเจรจาการค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เชิญชวนดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ สมัครเข้าร่วมแสดงผลงานในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2558 ครั้งที่ 19 หรือ TIFF 2015 ณ อาคารเดอะชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ...อ่านต่อ

รถไฟฟ้าช่วยหนุนการลงทุนอสังหา - รถไฟฟ้าวงแหวน เส้นทางแห่งอนาคต

การพัฒนารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางต่างๆ มีความชัดเจน การขยายตัวของการลงทุนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางการพัฒนาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดมาก เพราะทันทีมีการลงมือตอกเสาเข็มหรือปักตอม่อการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จะเห็นกิจกรรมการเปิดขายโครงการคอนโดฯในพื้นที่รอบๆสถานีตามแนวเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง อ่านต่อ
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 ฟันธงฟองสบู่ปูดตลาดMAI

ฟันธงฟองสบู่ปูดตลาดMAI

พิมพ์

ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนรับ ฟองสบู่เกิดแล้วในตลาดหลักทรัพย์ฯเอ็ม เอ ไอ  หลังราคาพุ่ง 200 % เสี่ยงฟองสบู่แตก  ส่วนหุ้นนอก SET 100 วิ่งพรวด 150 %  ด้าน"ดร.นิเวศน์" นักลงทุน"วีไอ" ชื่อดังชี้ มีโอกาสครึ่งต่อครึ่ง  จาก 2 ปัจจัยดัน

คือ สภาพคล่องท่วม และนักลงทุนหน้าใหม่ที่แห่เข้าตลาดล้วนฮึกเหิม พร้อมฟันธงรอบนี้หุ้นไทยเป็นกระทิงอีกยาว  ฟากธปท.ยันทุนสำรองเพียงพอ หากต่างชาติดึงเงินกลับ          
    ขณะที่มีการกล่าวถึงการเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นหนักขึ้น โดยล่าสุดนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ออกมาย้ำอีกครั้งว่า ขณะนี้ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) มีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นั้น
    "ฐานเศรษฐกิจ"ได้ประมวลมุมมองล่าสุด ของผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้งต่อภาวะฟองสบู่  โดยนายไพบูลย์  นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยโดยรวมยังไม่เข้าสู่ภาวะฟองสบู่ เนื่องจากราคาของหุ้นในกลุ่ม SET 100 
    ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป 85 % ของมาร์เก็ตแคปรวม (มาร์เก็ตแคปปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านล้านบาท) นั้น พบว่าราคาที่ปรับขึ้นไปยังอิงตามปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากเป็นการซื้อขายที่ระดับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น หรือพี/อี 13-14 เท่า ซึ่งเป็นพี/อีที่คาดการณ์อัตรากำไรสุทธิในปีนี้
    ทั้งนี้ ตลาดมีการคาดการณ์ว่า ระดับพี/อีมีโอกาสปรับขึ้นไปได้ถึง 17-18 เท่า ส่วนด้านดัชนีตลาดหุ้นไทย ก็ยังมีโอกาสปรับขึ้นไปได้สูงสุดที่ 1,700 จุด แม้ว่าหุ้นในกลุ่ม SET 100 ราคาจะปรับขึ้นไปแล้วเฉลี่ย 50 % จากช่วงเดียวกันของปี 2555 ก็ตาม แต่ไม่ถือว่าร้อนแรงเท่ากับหุ้นที่อยู่นอก SET 100  และมีความเสี่ยงที่ฟองสบู่จะแตกได้ ซึ่งถือเป็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก  ซึ่งราคาปรับขึ้นไปแล้ว 150 %
    นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับหุ้นที่เสี่ยงกับฟองสบู่จะแตกมากที่สุด คือ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เนื่องจากระดับราคา ขึ้นไปแล้ว 200 %  นอกจากนี้หากประเมินถึงอัตราการหมุนเวียนของหุ้นสูง (Turnover Velocity)  หุ้นในกลุ่มยังปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 400 % เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2555  แม้ว่าหุ้นในกลุ่มขนาดกลางและเล็ก และหุ้นในกลุ่มเอ็ม เอ ไอ จะมีระดับพี/อีที่  22 เท่า และ 25 เท่า ตามลำดับ โดยอ้างอิงจากคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ ปี 2556 ที่ 20 % นั้น เป็นการสะท้อนว่า หุ้นนอก SET 100 แพงแล้วด้วย
    อย่างไรก็ตาม หากหุ้นนอก  SET 100 เกิดภาวะฟองสบู่ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากมีน้ำหนักในตลาดเพียง 15 % เท่านั้น  
     ด้านดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร  นักลงทุนหุ้นคุณค่า หรือแวลู อินเวสเตอร์ (วีไอ)  และอดีตผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ อธิบายจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของการเกิดฟองสบู่แต่ละครั้งว่า ฟองสบู่หุ้นนั้นมักจะเกิดขึ้นจาก 4 สาเหตุ ดังนี้    
    ข้อแรกก็คือ  ฟองสบู่นั้นมักจะเกิดขึ้นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ระดับ"ปฏิวัติ"ของเทคโนโลยีของโลก  เช่น  การเกิดและเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจไฮเทคและ"ดอทคอม" ในสหรัฐอเมริกา   หรือการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ  "โครงสร้าง
การทำงานหรือธุรกรรมทางการเงิน" เช่น เรื่องการบูมของการแปลงหนี้ผ่อนบ้านให้เป็นตราสารซับไพรม์ในอเมริกา  
    หรือถ้าจะพูดให้ใกล้ตัวและเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ  การเปิดเสรีทางการเงินของประเทศไทยในปี 2533 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ทำให้เงินต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และก่อให้เกิดฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดในช่วงปลายปี 2536
    ข้อสอง  ฟองสบู่จะเกิดไม่ได้ถ้าตลาดเงินตึงตัว นั่นก็คือ  อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดสูงและเงินหายาก  ฟองสบู่นั้นมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเงินมีสภาพคล่องสูง และอัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำมาก  การกู้เงินมักทำได้ง่าย  มีการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าโดยไม่เข้มงวด ในด้านของความสามารถในการใช้หนี้คืน และหลักประกันมากนัก  สถาบันการเงินมักจะแข่งขันกันปล่อยเงินกู้  ทำให้ยอดการปล่อยกู้เติบโตสูงกว่าปกติ การที่เงินหาง่ายนั้น ทำให้นักเล่นหุ้นสามารถเพิ่มการซื้อหุ้นได้อย่างไม่จำกัด โดยการใช้หลักทรัพย์ที่มีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  เป็นหลักประกันในการขอกู้เพิ่ม ซึ่งก็กลับไปซื้อหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ
    ดร.นิเวศน์ อธิบายต่อว่า ข้อสาม  ฟองสบู่มักจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ฟองสบู่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 15-20 ปีมาแล้ว ซึ่งเท่ากับหนึ่งชั่วอายุคน  เหตุผลก็คือ  เมื่อฟองสบู่ครั้งล่าสุดแตก คนในรุ่นนั้นก็ขาดทุนกันหนักมาก แทบจะล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว
    นักลงทุนจำนวนมากออกจากตลาดหุ้น ส่วนนักลงทุนที่ยังเหลืออยู่ ก็จะระมัดระวังมากในการลงทุน และคิดว่าหุ้นมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปมาก
    ดังนั้น ฟองสบู่ลูกใหม่ที่จะมา มักจะเกิดขึ้นจากนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยประสบกับเหตุการณ์ฟองสบู่แตกมาก่อน  ขณะที่นักลงทุนเหล่านี้ไม่เคยประสบกับภาวะ"หายนะ" ของการลงทุน  ดังนั้น เมื่อตลาดหุ้นบูมมายาวนาน และการปรับตัวลงของดัชนีหุ้นเป็นครั้งคราวในระยะเวลาสั้น ๆ  มักจะตามมาด้วยการ ปรับตัวขึ้นอย่าง
รุนแรงและสูงกว่าเดิมอีก  ทำให้นักลงทุนรุ่นใหม่เหล่านี้ฮึกเหิม จนนำไปสู่การเป็นฟองสบู่ในที่สุด        
    ข้อสุดท้าย  ฟองสบู่มักเกิดขึ้น เมื่อนักลงทุนละทิ้งวิธีการลงทุน ที่คำนึงถึงมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ  สิ่งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ตลาดถูกยึดครองโดยนักลงทุนที่ขาดความรู้ และประสบการณ์ในการลงทุน  แต่เข้ามาเล่นหุ้นโดยที่เห็นและคิดว่า การลงทุนซื้อขายหุ้นเป็นสิ่งที่ง่าย และสามารถทำเงินได้รวดเร็วกว่าการทำงานปกติของตนเอง
    จาก 4 ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อผูกโยงกับสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในเวลานี้ ในมุมมองของดร.นิเวศน์ เขาบอกว่า ภาพยังไม่ชัดเจนนักว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยเป็นฟองสบู่หรือไม่   แต่มีปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดฟองสบู่อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง คือ เรื่องสภาพคล่อง ที่ขณะนี้ประเทศไทยมีสภาพคล่องสูงมาก และถือได้ว่าอาจจะเป็นปัจจัยในการก่อให้เกิดฟองสบู่ได้ แม้ว่าในขณะนี้การใช้เงินกู้เพื่อซื้อหุ้น (มาร์จิน โลน) ยังไม่สูงมาก
    ส่วนอีกปัจจัย คือ นักลงทุนส่วนใหญ่ที่อยู่ในตลาดหุ้นวันนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้สัมผัสกับภาวะฟองสบู่แตกในช่วงวิกฤติปี 2540  ดังนั้น มีโอกาสที่นักลงทุนเหล่านี้จะมองโลกในแง่ดีและก่อให้เกิดฟองสบู่ได้
    ดร.นิเวศน์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นมีโอกาสที่หุ้นจะขึ้นต่อไป เป็น "กระทิงที่ยาวนาน"  ทำให้คนที่ไม่อยู่ในตลาดหุ้น หรือรีบออกจากตลาดเสียโอกาสไปมาก  เช่นเดียวกัน มีโอกาสที่มันจะกลายเป็นฟองสบู่ ที่ทำให้คนที่มีหุ้นอยู่เสียหายหนัก เมื่อพบว่าฟองสบู่แตกและหนีไม่ทัน 
    ดังนั้น คำแนะนำการลงทุนในภาวะแบบนี้  ควรถือหุ้นที่มีธุรกิจที่มั่นคง ปลอดภัย มีกำไรดีเสมอ แม้ว่าฟองสบู่จะแตก  หุ้นเหล่านี้แม้ว่าในช่วงที่ตลาดขึ้นแรงต่อไป จะไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีสุดยอด  แต่ถ้าเกิดฟองสบู่แตก  มันจะฝ่าอุปสรรคไปได้  ความเสียหายจะไม่ถึงกับเป็นหายนะ
            ด้านนายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงศรี จำกัด  กล่าวว่า บลจ.กรุงศรีฯ มองแนวต้านดัชนีหุ้นไทยปีนี้ ที่ 1,800 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6.7 % รวมถึงการลงทุนโครงการสาธารณูปโภค มูลค่า 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล ขณะที่มองแนวรับตลาดหุ้นไทยปีนี้ไว้ที่1,300-1,350 จุด
    อย่างไรก็ตาม เขาแนะนำว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นักลงทุนสามารถพิจารณาแนวโน้มของตลาดหุ้นไทย ได้จากอัตราราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) ซึ่งตามสถิตินับตั้งแต่เปิดตลาดมา พบว่าหาก PBV อยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเกิดการปรับลดลงอย่างรุนแรง เพราะถือเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงกว่าปัจจัยพื้นฐาน
    ทั้งนี้ ปัจจุบัน PBV ของไทยอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 2.3 เท่า โดยอ้างอิงจากระดับดัชนีประมาณ 1,500 จุด แต่กรณีที่ PBV ปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 3 เท่า ดัชนีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,900-2,000 จุด
    ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า กรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณ จะยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และกรณีตลาดคาดการณ์ว่า เงินเยนจะแข็งค่าขึ้น อาจทำให้นักลงทุนบาง
    ส่วน ที่เข้ามาเก็งกำไรสกุลเงินเยนในประเทศไทย ถอนการลงทุนออกไปได้ (Yen Carry Trade)  ธปท.ยืนยัน มีเงินสำรองระหว่างประเทศเพียงพอรองรับเงินทุนไหลออก และที่ผ่านมาธปท.ได้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง ในการรักษาเงินสำรองฯ เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้น แม้อาจทำให้ถูกมองว่า การดำเนินการของธปท.ทำให้เกิดผลขาดทุน ซึ่งธปท.ยืนยันว่า เป็นการเตรียมการเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศในช่วงสถานการณ์พลิกผัน
    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย อยู่ที่ระดับ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีหนี้ต่างประเทศระยะสั้นอยู่ที่ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ             นายประสาร กล่าวว่า ในช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเริ่มกลับมาทรงตัว เป็นไปตามธรรมชาติของตลาดเงิน โดยไม่มีเรื่องอัตราดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง และยืนยันว่าธปท.ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด แต่เป็นการใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่เป็น automatic breaker หลังจากในช่วง 2 สัปดาห์แรกของปี 2556 ที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในปริมาณที่ค่อนข้างมาก ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ขณะที่ในรอบทั้งปี 2555 ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าน้อยเมื่อเทียบกับภูมิภาค
     โดยเครื่องมือในการดูแลเงินทุนไหลเข้าของธปท. มีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งการใช้อัตราดอกเบี้ยยืดหยุ่น มาตรการสนับสนุนเงินทุนไหลออกไปลงทุนต่างประเทศ มาตรการแทรกแซงตลาดตามจังหวะที่เหมาะสม และมาตรการป้องปราม เช่น การรายงานเงินทุนไหลเข้า การใช้มาตรการภาษี ทั้งนี้ ธปท.ไม่สามารถกล่าวถึงรายละเอียดในการเข้าดำเนินการได้ เพราะอาจส่งผลเสียต่อประเทศ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่   24 - 27  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 2980 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*