มือถือเฮาส์แบรนด์ระส่ำหนัก ถูกแบรนด์ใหญ่ "ซัมซุง –โนเกีย" ไล่ขย่มฟีดเจอร์โฟนระดับล่าง แถมถูกสมาร์ทโฟน-3 จี ราคาถูกกระหน่ำซ้ำ "เวลคอม" โบกมือลาตลาด ขณะที่จีเนท-เอ็มทีเอ็ม ชะลอการทำตลาด
ด้าน "ฑัศ เชาวนเสถียร" รับตลาดทรุด เตรียมปั้นแบรนด์ "จี โฟน" ลุยตลาดสมาร์ทโฟน โอ่ไตรมาส 3 เตรียมออกสมาร์ทโฟน-มือถือ 3 จี ราคา 1.5-1.9 พันบาท ขณะที่เจ้าของแบรนด์ "อาม่า" เผยตลาดเฮาส์แบรนด์หดตัวหลังปรับตัวไม่ทันการแข่งขัน
แหล่งข่าวจากวงการผู้ค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ชะลอตัวไปค่อนข้างมาก เนื่องจากกระแสนิยมสมาร์ทโฟน ที่รองรับการใช้งาน 3 จี ขณะที่ผู้ผลิตมือถือเฮาส์แบรนด์ไทยส่วนใหญ่จะเป็นฟีดเจอร์โฟน นอกจากนี้ปีที่ผ่านมาผู้ผลิตแบรนด์เนม เริ่มลงมาแข่งขันราคา โดย ซัมซุง มีฟีดเจอร์โฟน ซัมซุง ฮีโร่ ราคา 570 บาท ออกมาทำตลาด ส่วนโนเกีย มีฟีดเจอร์โฟน รุ่น โนเกีย 100 ราคาต่ำสุด 759 บาท ขณะเดียวกันยังมีสมาร์ทโฟนราคาถูก ประมาณ 2,000-3,000 บาท ออกมาทำตลาด ซึ่งภาวะการแข่งขันในตลาดที่เกิดขึ้น ทำให้มือถือเฮาส์แบรนด์ปรับตัวไม่ทัน ซึ่งปีนี้ก็เริ่มเห็นผู้ผลิตบางรายปิดกิจการไป อาทิ เวลคอม ขณะที่รายใหญ่อย่างจีเนท หรือ เอ็มทีเอ็ม ที่โหมโฆษณาในตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาก็เงียบหายไป
ด้านนายฑัศ เชาวนเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทจีเนท อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยอมรับว่าตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ ช่วงปีที่ผ่านมาและปีนี้ชะลอตัวลงไปมาก เนื่องจากการมาของสมาร์ทโฟน และ มือถือ 3 จี ทำให้ความต้องการฟีดเจอร์โฟนลดลง
ขณะที่แบรนด์เนมก็ลงมาแข่งขันราคา ทำให้มือถือเฮาส์แบรนด์ปรับตัวไม่ทัน ซึ่งในส่วนของจีเนท ก็ชะลอการทำตลาดมือถือ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถพัฒนาโปรดักต์สมาร์ทโฟน 3 จี ให้สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุงได้ ทำให้ต้องปรับตัวไปทำตลาดแท็บเลต
อย่างไรก็ตามในปีนี้จะกลับมาบุกตลาดสมาร์ทโฟน ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ภายใต้แบรนด์ใหม่ "จี โฟน" เนื่องจากมีความพร้อมในเรื่องผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยในเดือนหน้าจะมีสมาร์ทโฟนที่อยู่ระหว่างสมาร์ทโฟน และแท็บเลต หน้าจอ 6 นิ้ว ใส่ซิม 2 ซิมเข้ามาทำตลาด ขณะที่ไตรมาส 3 จะมีมือถือ 3 จี และสมาร์ทโฟน ราคา 1.5-1.9 พันบาท ออกมาทำตลาด
"ปีนี้จะเริ่มเห็นเฮาส์แบรนด์บางรายกลับมาในตลาดอีกครั้ง โดยที่ผ่านมาก็มีไอ-โมบาย ที่ตอนนี้มีรุ่นไฮคิว 6 ราคากว่า 8 พันบาทออกมาทำตลาด ซึ่งหลังจากนี้จะเห็นสมาร์ทโฟนเฮาส์แบรนด์โลว์เอนด์ ราคา 1.5-2 พันบาท ระดับกลางราคา 3 พันบาท และระดับบนราคา 4.5 พันบาท ออกมาทำตลาด"
ส่วนนายสุรินทร์ อมรชัชวาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย อินฟินิตี้ จำกัด เจ้าของมือถือที่รู้จักในนามแบรนด์ "อาม่า" กล่าวในทำนองเดียวกันว่าตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ปีที่ผ่านมาและปีนี้ ชะลอตัวลงไปมาก และมีเฮาส์แบรนด์หายไปจากตลาดหลายราย อาทิ เวลคอม ซึ่งมองว่าส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพสินค้าที่มีผลต่อต้นทุนการให้บริการและดูแลสินค้า นอกจากนี้ยังปรับตัวไม่ทันกับกระแสความต้องการสมาร์ทโฟน โดยสินค้าเฮาส์แบรนด์ส่วนใหญ่จะเป็นฟีดเจอร์โฟน 2 จี ขณะที่ผู้ผลิตแบรนด์เนมทั้งโนเกีย และซัมซุง ก็ลงมาแข่งขันราคาในตลาดฟีดเจอร์โฟนระดับล่าง
ส่วนนายราเชนทร์ อ่วมแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอมพิวเตอร์ ซิสเท็ม คอนเน็คชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ ซีเอสซี ร้านค้าปลีกสินค้าไอที และโมบาย กล่าวว่าการลงมาแข่งขันของซัมซุง ที่มีรุ่นฮีโร่ ออกมาทำตลาดราคากว่า 500 บาท ถึง รุ่นกว่า 1,000 บาท ส่งผลต่อมือถือเฮาส์แบรนด์เป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีแผนนำฟีดเจอร์โฟนเฮาส์แบรนด์ซีเอสซี มาทำตลาด หลังจากที่ทดลองนำสินค้าเข้ามาทำตลาดล็อตเดียวก็ชะลอแผนการทำตลาดเฮาส์แบรนด์ไว้ก่อน เนื่องจากไม่รู้จะแข่งราคากับซัมซุงอย่างไร นอกจากนี้กระบวนการการจัดการนำเข้ามาทำตลาดยุ่งยาก อีกทั้งปัจจุบันผู้ผลิตมือถือแบรนด์เนมเองก็ให้ผลตอบแทนการขายดีกว่านำเข้ามาทำตลาดภายใต้แบรนด์ตัวเอง
"อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตลาดเฮาส์แบรนด์ยังคงมีอยู่ แต่สัดส่วนยังลดลง โดยในต่างจังหวัด คนซื้อส่วนใหญ่เชื่อคำแนะนำร้านค้าในท้องถิ่น ซึ่งถ้าได้ของถูก และได้แรงเชียร์จากคนขายก็ยังสามารถขายได้ โดยมือถือที่ผลิตในจีนมีปริมาณมหาศาล ซึ่งต้นทุนบางรุ่นอยู่ที่ราคา 300 บาท โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้สนใจ นำสินค้าเข้ามาขายภายใต้แบรนด์ตัวเอง "
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




