สหรัฐฯเอาจริง เงื้อดาบจ่อฟันอีก 6 บริษัทจาก 6 ประเทศข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สร้างความได้เปรียบคู่แข่งขัน ระบุในจำนวนนี้มีหนึ่งบริษัทไทยอยู่ในโผ นำร่องฟ้องร้องบริษัทในจีนและอินเดียหวังเชือดไก่ให้ลิงดู
ด้านกรมทรัพย์ฯออกโรงเตือนบ.รถยนต์-ชิ้นส่วนให้ใช้ลิขสิทธิ์ของจริงหวั่นกระทบส่งออก ขณะที่ บก.ปอศ.เฝ้าระวัง 1 พันรง.เข้าข่าย ขู่โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญหา(ทป.) เปิดเผยถึง กรณีที่สหรัฐอเมริกาได้มีการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม(Unfair Competition Act - UCA) ในหลายมลรัฐ ล่าสุด OCA (The Open Computing Alliance) ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญาเปิดเผยว่า ขณะนี้มี 6 บริษัทจาก 6 ประเทศ ในจำนวนนี้มีบริษัทไทย 1 บริษัทที่เข้าข่ายจะละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และกำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ (ก่อนหน้านี้มีบริษัทส่งออกกุ้งของไทย 1 รายถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายไปแล้ว)
ขณะเดียวกัน ทางสหรัฐฯโดยอัยการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศจีน คือ บริษัท Ningbo Beyond Home Textile และที่อินเดีย บริษัทPratibhaSyntex กรณีการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในการประกอบธุรกิจซึ่งภายใต้กรอบกฎหมายUCA ถือว่าเป็นการฉกฉวยความได้เปรียบทางธุรกิจกับผู้ประกอบการอื่นๆที่ปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางกรมได้จัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้สู่การปรับตัวของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนเกี่ยวกับเรื่อง UCA เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ของญี่ปุ่น ดังนั้นจึงควรศึกษารายละเอียดของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อมิให้สูญเสียโอกาสทางการประกอบธุรกิจ เพราะไม่เพียงแต่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นที่จำต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว หากแต่บริษัทลูกที่ประกอบกิจการอยู่ในประเทศที่ 3เช่น จีน หรือไทยก็จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ด้วย ปัจจุบันสหรัฐฯเป็นประเทศคู่ค้าหลักของญี่ปุ่น ด้วยมูลค่าการส่งออกสินค้าถึง 1.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2555
"กรมเองทำได้ก็เพียงเตือนผู้ประกอบการให้ใส่ใจในการใช้ของที่ถูกลิขสิทธิ์ เพราะหากถูกขึ้นบัญชีดำการช่วยเหลือจะลำบาก ดังนั้นผู้ประกอบการต้องระลึกว่าหากทำผิดจะได้รับผลอย่างไร ซึ่งตอนนี้สหรัฐฯเอาจริงแล้ว"
ด้าน พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการและโฆษก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.)กล่าวว่าที่ผ่านมาทาง บก.ปอศ.ได้มีการดำเนินการจับกุมผู้ที่กระทำผิดในการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ได้150โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานขนาดกลางและใหญ่ในความผิดเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบงานผลิตภัณฑ์ และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังอีกกว่า 1 พันแห่งที่เข้าข่ายใช้ซอฟต์แวร์ปลอมโดยโทษของการใช้ซอฟต์แวร์ปลอม มีตั้งแต่การเขียนโปรแกรมเอง โทษปรับ2-4 แสนบาท และโทษของการลอกเลียนแบบซอฟต์แวร์เพื่อการค้า มีโทษทั้งจำทั้งปรับ โดยปรับตั้งแต่ 4-8 แสนบาท จำคุก4เดือน-1 ปี
"ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจกับการใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นของแท้ หรือทางออกอีกทางหนึ่งคือ การรวมตัวของกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อใช้ต่อรองกับเจ้าของซอฟต์แวร์เพื่อขอซื้อในราคาที่ถูกลง เหมือนที่ผู้ประกอบการเกาหลีได้มีการรวมกลุ่มกันในการเจรจาของซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย ซึ่งก็ได้ในราคาที่ไม่สูงจนผู้ประกอบการรับไม่ไหว"
ขณะที่นาย ปีเตอร์ โฟว์เลอร์ ผู้ช่วยทูตด้านทรัพย์สินทางปัญญาประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวถึงการพิจารณาคดี UCA กับบริษัทสิ่งทอในจีนและอินเดียนั้นอัยการมีความเห็นว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการนำซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มาใช้ในการทำธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจเหนือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกันในรัฐแคลิฟอร์เนีย อาจเป็นผลให้พนักงานกว่า 5 แสนคนในรัฐแคลิฟอร์เนียได้รับผลกระทบ
อนึ่ง กฎหมายUCA มีข้อกำหนดให้ผู้ส่งสินค้าไปสหรัฐฯจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอที) รวมถึงซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ในกระบวนการผลิต การขาย และการตลาดทุกขั้นตอน มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินคดี และถูกคู่แข่งทางการค้ารายอื่นๆ เรียกร้องค่าเสียหายได้จากความเสียเปรียบในการทำธุรกิจได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




