หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home การตลาด คอลัมน์ : ตลาด เบบี้มายด์หนีกลยุทธ์จำเจ

เบบี้มายด์หนีกลยุทธ์จำเจ

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

เบบี้มายด์ ชูกลยุทธ์  Brand Engagement ดึงผู้บริโภคมีประสบการณ์ร่วม  หนีสงครามการแข่งขันตลาดของใช้สำหรับเด็ก  หวังใช้ความแตกต่างดันยอดขาย 2 พันล้าน  ล่าสุดเทงบ 50 ล้าน จัดแคมเปญ "ดับเบิ้ล แฮปปี้ ดับเบิ้ล เนเชอรัล สกิน อิน เจแปน"

alt    นางสาวต้องหทัย  กุวานนท์   ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล  บริษัท โอสถสภา จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์การทำตลาดผลิตภัณฑ์เบบี้มายด์ในปีนี้ว่า  ยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การสร้างให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ หรือ Brand Engagement เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของตลาดผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็กและครอบครัวนั้น  ต่างก็มีกลยุทธ์ที่ใช้เหมือนกัน  อาทิ  การใช้กลยุทธ์ราคา การออกสินค้าใหม่  การส่งเสริมการขาย  และการโฆษณา เป็นต้น  แบรนด์เบบี้มายด์จึงเน้นการสร้างกิจกรรมให้ผู้บริโภคได้เข้ามาร่วมมีประสบการณ์  เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง 
    นางสาวต้องหทัย  กล่าวว่า   สำหรับยอดขายของผลิตภัณฑ์เบบี้มายด์ในปีนี้คาดว่าจะทำได้ 2 พันล้านบาท  มาจากกลุ่มแป้ง สัดส่วน 40% ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล 35% และของใช้ภายในบ้าน 25%  ซึ่งยอดขายปีนี้มีการเติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% ซึ่งมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลสำหรับเด็กที่เติบโตในอัตรา 5% โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์เบบี้มายด์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากเป็นอันดับ 1 ได้แก่ สบู่เหลว  และโฮมแคร์  ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ยังคงเป็นรองผู้นำตลาด  ซึ่งเป้าหมายสำคัญของบริษัทต้องการสร้างแบรนด์ให้ทุกผลิตภัณฑ์เป็นผู้นำตลาด
    ล่าสุดบริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท   เปิดตัวแคมเปญชิงโชคดับเบิ้ล แฮปปี้ ดับเบิ้ล เนเชอรัล สกิน อิน เจแปน  เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับความรู้ด้านผิวพรรณ และสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์เบบี้มายด์  เป็นการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น  รวมถึงบริษัทมีแผนที่จะขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมทุกตลาดมากขึ้น ทั้งแป้ง โลชัน สบู่เหลว เพื่อขยายลูกค้าได้กว้างมากขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มทารก เด็กและแม่ บริษัทต้องการเจาะกลุ่มผู้หญิงทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ด้วย
    "แคมเปญที่จัดขึ้นครั้งนี้เป็นการสื่อสารการตลาดต่อเนื่องจากการทำตลาดตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา  ซึ่งอาจจะไม่ได้เน้นในด้านยอดขายสินค้าเป็นหลัก  แต่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เติบโตต่อเนื่อง  เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในผลิตภัณฑ์กลุ่มเด็กและครอบครัว  ความสำเร็จของแบรนด์จึงมาจากการสร้างประสบการณ์ร่วม  การสร้างคุณค่าทางใจ และการสร้างกิจกรรมให้ผู้บริโภคมาสัมผัส  ซึ่งจะไม่เน้นการแข่งขันด้านราคาสินค้า และบริษัทยังไม่มีนโยบายการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น แต่จะใช้การสื่อสารการตลาดแทน" นางสาวต้องหทัย  กล่าวในตอนท้าย 

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่   24 - 27  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 622 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*