วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2556) เวลา 09.00 น. ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน
“เมืองสวย น้ำใส ไร้มลพิษ เพียงกินอยู่รู้คิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดยมีนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยุคล ลิ้มแหล่มทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกจังหวัด ประชาชนทั่วไป และกลุ่มผู้มีอาชีพขับรถรับจ้างขนาดเล็กในกรุงเทพมหานคร มาร่วมงานประมาณ 2,000 คน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงานว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเมือง “เมืองสวย น้ำใส ไร้มลพิษ เพียงกินอยู่รู้คิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างจิตสำนึก และปลูกฝังแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมกับอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเมือง รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกระดับ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Growth) อีกด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงทรัพยากรน้ำ ดิน อากาศและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ รวมทั้งภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือ สึนามิ เป็นต้น จำเป็นอย่างยิ่งที่มนุษย์จะต้องกลับมาใส่ใจ รักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนาประเทศ เน้นการอยู่กับธรรมชาติอย่างสอดคล้องและส่งเสริมซึ่งกันและกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน โดยกำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Growth) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงานการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในทุกด้าน
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งดูแลรักษาคูคลองและการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชน ภาคประชาชนอาสาเข้าร่วมดําเนินโครงการ เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพริมตลิ่ง รณรงค์การบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เพราะตระหนักดีว่า การจะจัดการให้บรรลุเป้าหมายได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณจิตอาสา อาทิ กลุ่มรถแท็กซี่ รถสามล้อ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถซาเล้ง และเครือข่ายภาคประชาชน ที่มาเป็นเครือข่ายในการดำเนินงาน เป็นทูตสิ่งแวดล้อมเพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร รณรงค์ให้ประชาชนได้ร่วมกันดูแล แก้ไขปัญหา สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่ประเทศ อีกทั้ง ยังเป็นการปลูกฝังแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางต่อไป
“อยากให้มีการรณรงค์ประหยัดพลังงานให้เพียงพอ โดยเราจำเป็นต้องรู้จักประหยัดพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ให้สังคมและเศรษฐกิจเติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงฟื้นฟูปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ นำอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านกล่าวปฏิญาณตนเป็นเครือข่าย จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ลงบนแผ่นสติกเกอร์รณรงค์บนกระจก และเปิดประตูด้านหลังรถเพื่อดูแผ่นพับประชาสัมพันธ์โครงการฯ พร้อมขึ้นเวทีปล่อยขบวนคาราวานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านและชมนิทรรศการต่าง ๆ ภายในงาน โดยนายกรัฐมนตรีรับมอบบัตรอาสาสมัครพิทักษ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้ขึ้นรถตุ๊กตุ๊กร่วมรณรงค์โครงการด้วย




