เบนซ์ เอ็น.เค.เทเม็ดเงิน 50 ล้านบาท พร้อมจับมือ 7 พันธมิตรยักษ์ใหญ่เปิดโปรเจ็กต์คอมมิวนิตีมอลล์"เอ็น.เค. ออโต้ อเวนิว"หวังรองรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์และการตกแต่ง คาดเปิดให้บริการเฟสแรกมิ.ย.นี้
นายพิตินันทน์ กฤษดาธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ เอ็น.เค. จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจรถยนต์มือสองและผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กลยุทธ์หลักในการทำตลาดในปีนี้คือการยกระดับบริการหลังการขายเพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยบริษัทมีแผนงานที่จะให้บริการหลังการขายแบบครบวงจรหรือครอบคลุมแบบครบวงจรหรือวันสต็อปเซอร์วิส One ซึ่งตามแผนการที่ได้วางไว้นั้นจะถูกนำเสนอผ่านโครงการ เอ็น.เค.ออโต้ อเวนิว( NK Auto Avenue) คอมมิวนิตี มอลล์รถยนต์แนวใหม่
สำหรับโครงการดังกล่าวจะมีการใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทและตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนภิเษกตัดถนนบรมราชชนนี บนเนื้อที่ 6 ไร่ แบ่งออกเป็นพื้นที่ของโชว์รูมและศูนย์บริการของเอ็น.เค.จำนวน 4 ไร่ และอีก 2 ไร่นั่นจะเป็นพื้นที่เช่าของพันธมิตรทั้ง 7 รายได้แก่โมบิล 1 เซ็นเตอร์ ศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ที่ชูจุดเด่นช่อง Fast Track Lane บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในเวลาเพียง 29 นาที โดยสามารถนัดหมายล่วงหน้าด้วยตัวเองผ่าน Mobile Application Service ซึ่งถือเป็นเอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะที่เอ็น.เค. ออโต้ อเวนิว
พันธมิตรรายที่ 2 คือ CTS ศูนย์ปกป้องและเคลือบสี ที่มาพร้อมกับการบริการแบบ Full Service Center เต็มรูปแบบ พันธมิตรรายที่ 3 คือ PRODRIVE ตัวแทนจำหน่ายชุดแต่งล้อแมก และชุดท่อไอเสียอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่มีสำนักแต่งชั้นนำระดับโลกถึง 7แบรนด์ ได้แก่ ชุดแต่ง Hamann และชุดท่อไอเสีย Eisenmann จากเยอรมนี, ชุดแต่ง Vorsteiner ล้อแมก Modulare และ M7 Tuning สำนักจูนเครื่องยนต์ชื่อดังจากอเมริกา, ล้อแมก HyperForged Wheels และชุดท่อไอเสีย ARQRAY จากญี่ปุ่น และยังสามารถสั่งชุดแต่งชั้นนำอีกกว่า 250 แบรนด์ ตามความต้องการของลูกค้า ผ่านระบบ SALESFORCE System
พันธมิตรรายที่ 4 ได้แก่ ลามิน่า ฟิล์ม เอ็กคลูซีฟ ช็อป ศูนย์ติดตั้งฟิล์มกรองแสงต้นแบบที่มาพร้อมกับเครื่องตัดฟิล์มระบบคอมพิวเตอร์ LLumar Precision Cut SystemTM นวัตกรรมการตัดฟิล์มตามรุ่นรถภายใต้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก CPFilms สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ฟิล์มตามขนาดและดีไซน์กระจกของรถแต่ละรุ่นอย่างสวยงามพอดี และรวดเร็ว โดยใช้เวลาการติดฟิล์มรอบคันเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น พร้อมฟิล์มรุ่นพิเศษกันยูวีและรุ่นอื่นๆกว่า 43 รุ่น
พันธมิตรรายที่ 5 ได้แก่ MONDIAL ASSISTANCE ผู้นำในการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง โดยมีการนำหน่วยช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Assist) ไว้ที่เอ็น.เค. ออโต้ อเวนิว และเป็นครั้งแรกกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด "Smart Dispatch System" สำหรับการแจ้งเหตุและสั่งการจากศูนย์ควบคุม ที่สามารถทราบพิกัดและหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดได้แบบ Real time พร้อม Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง
พันธมิตรรายที่ 6 คือ AUTOZKIN ศูนย์ติดตั้งฟิล์มใสปกป้องสีรถ และกระจกหน้า รถยนต์ที่มีมาตรฐานการติดตั้งด้วยโปรแกรม Computer Cutting Design เพื่อการตัดแต่งรูปทรงฟิล์มที่แม่นยำเฉพาะรุ่น ไม่เกิดริ้วรอยที่ตัวรถยนต์ และพันธมิตรรายสุดท้ายคือ TRUE COFFEE ร้านกาแฟระดับพรีเมียม ที่เพียงแค่ลงทะเบียนในระบบผ่าน mobile application ระบบจะทำการบันทึกข้อมูลไว้ล่วงหน้า โดยในขณะที่ลูกค้าขับรถเข้ามาในพื้นที่ NK Auto Avenue กาแฟจะพร้อมเสิร์ฟได้ในทันที
"เราเคยทำการสำรวจพฤติกรรมของลูกค้าว่าต้องการอะไรบ้าง เวลาจะมาซื้อรถหรือออกรถใหม่ และเมื่อได้ผลการศึกษาออกมาว่า ต้องการบริการต่างๆที่หลากหลาย และไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ก็ทำให้เรามีโปรเจ็กต์ที่จะเปิดคอมมิวนิตี มอลล์ในรูปแบบของคนรักรถเข้ามา ซึ่งรูปแบบที่เกิดขึ้นนี้ก็ถือว่าเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เพิ่งจะเห็นในวงการของเรา และเรามั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครัน"
นายพิตินันทน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นเฟสแรกของโครงการนี้จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน และภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ก็คาดว่าจะพร้อมเปิดบริการทั้งหมด 100% ขณะที่โชว์รูมและศูนย์บริการของ Benz NK The Interactive Showroom ที่มีการปรับปรุงและก่อสร้างเพิ่มเติมนั้น ปัจจุบันแล้วเสร็จกว่า 90% พร้อมเปิดให้บริการได้เร็วๆนี้ และจะทำให้ศูนย์บริการของบริษัทสามารถรองรับรถของลูกค้ากว่า 40 ช่องซ่อม
"การเปิดคอมมิวนิตี มอลล์ในครั้งนี้ ถ้ามองในแง่ของยอดขายนั้น ปีแรกอาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน เพราะเพิ่งเปิดให้บริการ คาดว่าในปีหน้าน่าจะได้เห็นว่ามันมีส่วนสนับสนุนให้ยอดขายของเราเติบโตขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามในแต่ละปี เรามีการตั้งเป้าการเติบโตอยู่แล้วประมาณ 10-15 % ซึ่งเราก็คาดว่าการเติบโตดังกล่าวอาจจะขยับขึ้นมาเป็น 15-20% ในอนาคต"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




