หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   

เดอะริเวอร์ ดันยอดขายไรมอน แลนด์ พุ่ง 300 ล้านบาทภายใน 2 วัน โครงการเดอะริเวอร์ ได้รับความสนใจสูงสุดจากทั้งประชาชนทั่วไป และลูกค้าจากไรมอน แลนด์ เนื่องจากโครงการเดอะริเวอร์ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่บนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งแวดล้อมด้วยโรงแรม 5 ดาว ตลอดจนสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้โดยสมบูรณ์
(เนื้อที่ประชาสัมพันธ์)
Home อสังหา อสังหาฯ Real Estate กรีนแลมทุ่มงบปั้นแบรนด์ดันยอด

กรีนแลมทุ่มงบปั้นแบรนด์ดันยอด

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

กรีนแลม เดินหน้าแผนธุรกิจเต็มสูบ ทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 750 ล้านบาท เติบโต 45% ชูนวัตกรรมยับยั้งแบคทีเรียเป็นจุดขาย พร้อมเล็งผุดโรงงานผลิตมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท รองรับเออีซี 

ดิษฐกาน ทิพวัลย์ดิษฐกาน ทิพวัลย์    นายดิษฐกาน ทิพวัลย์ ประธานบริหาร บริษัท กรีนแลม เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าแผ่นไฮเพรชเชอร์ ลามิเนต วัสดุปิดผิวงานเฟอร์นิเจอร์ แบรนด์"กรีนแลม" จากประเทศอินเดีย เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทมีแผนที่จะรุกตลาดให้มากขึ้น ด้วยการทุ่มงบประมาณราว 50 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ ผ่านแคมเปญทางการตลาดในส่วนต่างๆ โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 750 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนสินค้า 1.2 ล้านแผ่น และตั้งเป้าแชร์ส่วนแบ่งตลาดที่ 45% จากมูลค่าตลาดรวม 2,000 ล้านบาท
    "แม้ว่าบริษัทจะเพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้เพียง 3 ปี แต่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดอย่างมาก โดยมีอัตราการเติบโต 45% ต่อเนื่องทุกปี คิดเป็นยอดขายรวมถึง 940 ล้านบาท กลุ่มลูกค้ากว่า 70% เป็นดีลเลอร์ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 100 รายทั่วประเทศ ที่เหลือราว 30% เป็นลูกค้าในกลุ่มบริษัทออกแบบ , บริษัทรับเหมาก่อสร้าง , โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ" นายดิษฐกาน กล่าว     การที่บริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีติดต่อกัน ทำให้บริษัทแม่ที่ประเทศอินเดียมีแนวคิดที่จะให้สาขาประเทศไทย เป็นสาขาที่ดูแลตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 5ประเทศประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสาขาประเทศสิงคโปร์ที่รับผิดชอบตลาดภูมิภาคเอเชียรวม 15 ประเทศ อีกทั้งยังเป็นการรองรับการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐอาเซียน หรือ เออีซี ของไทยด้วย
    ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มเข้าไปวางกลยุทธ์ทางการตลาดทั้ง 5 ประเทศบ้างแล้ว โดยมาเลเซีย จะมีศักยภาพมากที่สุด รองลงมาคือ พม่าและเวียดนาม คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5% จากยอดขายทั้งหมด นอกจากนี้ในอนาคตบริษัทยังมีแผนพัฒนาโรงงานเพื่อผลิตสินค้าในประเทศไทยด้วย เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ  สำหรับแผนการก่อสร้างโรงงานนั้นบริษัทเคยมีแผนจะตั้งโรงงานผลิตสินค้าที่เวียดนาม แต่ทำตลาดค่อนข้างยาก เพราะต้องแข่งขันกับจีน จึงเปลี่ยนแผนมาซื้อที่ดินที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แต่ยังไม่ทันได้เซ็นสัญญา ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเสียก่อน จึงได้ชะลอแผนออกไป     

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่   24 - 27  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 516 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*