เดิมทีบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) มุ่งเป้าที่การสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่วันนี้เมื่อตลาดที่อยู่อาศัยแนวสูงมาแรง ค่ายลลิลก็ต้องหันมาจับตลาดที่อยู่อาศัยแนวสูงเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์น้องใหม่อย่าง
ชูรัชฏ์ ชาครกุล"ลีโว คอนโด" (Levo Condo) รวมทั้งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มคนวัยทำงาน ที่ต้องการมีบ้านขนาดพอเหมาะ ด้วยการเปิดแบรนด์น้องใหม่ "แลนซีโอ คริป" (LANCEO CRIB) โดยได้ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง"ชูรัชฏ์ ชาครกุล" ลูกไม้ใต้ต้นของ ไชยยันต์ ชาครกุล เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ปัจจุบัน"ชูรัชฎ์" ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท และผู้อำนวยการ SBU 2 ดูแลรับผิดชอบเรื่องการเปิดแบรนด์ใหม่ ล่าสุดขยับเพิ่มตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ SBU 3 รับผิดชอบเรื่องการเปิดโครงการในต่างจังหวัด ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีดีที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้ขยับขยายโครงการออกสู่ต่างจังหวัด โดยประเดิมที่ จ.ชลบุรี เป็นแห่งแรก
++ลลิล ประเดิมตลาดตะวันออก
จากการขยายโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่กระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกและอีสาน และเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ประกอบกับพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวมีนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ตัดสินใจเข้ามารุกยังตลาดต่างจังหวัดเต็มตัว
โดยโครงการแรกใช้ชื่อว่า โครงการ "แลนซีโอ คริป" ศรีราชา-บ่อวิน จ.ชลบุรี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 79 ไร่ ในรูปแบบบ้านเดี่ยวและบ้านแนวคิดใหม่ จำนวน 363 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ราคา 2.5-5 ล้านบาท สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักคือ ผู้ที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด , นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ,นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ฯลฯ
"สิ่งที่ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งท้องถิ่น คือ ความเป็นมืออาชีพ เนื่องจากโครงการที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่มีบ้านตัวอย่างหรือก่อสร้างได้ล่าช้า กว่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างหรือโอนได้ก็ใช้เวลาร่วม 1 ปี แต่สำหรับเราแล้วลูกค้าสามารถเห็นบ้านและความคืบหน้าการก่อสร้างได้อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เป็นการจองกระดาษเหมือนผู้ประกอบการท้องถิ่น เรียกว่าสินค้าของเราจับต้องได้ โดยหลังจากที่เรามาทำตลาดพบว่าผู้ประกอบการท้องถิ่นและลูกค้ามีการพูดถึงแบรนด์ลลิลกันมากขึ้น"
สำหรับโครงการที่ 2 ที่จะเปิดตัวเป็นลำดับถัดมา คือ โครงการแลนซีโอ คริป ศรีราชา-นาพร้าว โดยจะเริ่มพรีเซลในช่วงเดือนมีนาคม 2556 ซึ่งมีที่ดินรองรับแล้วจำนวน 56 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวขนาด 50-80 ตารางวา ราคา 2.7-4.5 ล้านบาท และบ้านแฝดแนวคิดใหม่ขนาด 36 ตารางวา ราคา 2-3 ล้านบาท กว่า 200 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท
++ทำตลาดอย่างเจาะลึกและเข้าใจ
การทำตลาดต่างจังหวัดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่รู้ว่าไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่เป็นอย่างไร จึงจำเป็นต้องทำการสำรวจอย่างละเอียด โดยลลิลใช้เวลาลงพื้นที่สำรวจร่วมปี ถึงได้รู้ว่ากลุ่มลูกค้าหลักของเรามีไลฟ์สไตล์ไม่ต่างจากคนกทม. ซึ่งลลิลมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์รองรับไว้แล้ว แต่สิ่งที่จะต้องแข่งขันกับตลาดต่างจังหวัดก็คือ ผู้ประกอบการท้องถิ่น
ดังนั้นเราจึงต้องทำการตลาดอย่างหนัก แบบเจาะลึกเคาะถึงประตูบ้าน พร้อมกับการทำการตลาดผ่านโทรทัศน์และวิทยุชุมชน รถโฆษณาประชาสัมพันธ์ แจกใบปลิว ซึ่งการทำการตลาดแบบนี้ได้ผลอย่างมาก เพราะหลังจากที่บอกกล่าวให้คนในพื้นที่รับรู้แล้ว ก็มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมที่โครงการจำนวนมาก โดยปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60-70 หลัง พร้อมเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้ในเดือนมีนาคม
++ขยายสู่ภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง
"ในปี 2556 จะเน้นการลงทุนในต่างจังหวัดด้วยสัดส่วน 20% และตั้งแต่ปี 2557 จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 30% โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 2,650 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 2,250 ล้านบาท เติบโต 20% และปีต่อๆไปจะเติบโตปีละประมาณ 15-20%"
สำหรับนโยบายการดำเนินงานในปีนี้ ลลิลมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 8-10 โครงการ รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ใกล้แนวรถไฟฟ้า 2 โครงการ ราคา 2 ล้านบาท บวกลบ รวมประมาณ 300-400 ยูนิต และโครงการบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ 2-3 โครงการ รวมถึงการขยายฐานการลงทุนในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ประมาณ 3-5 โครงการ เพื่อรองรับการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC โดยเฉพาะการพัฒนาบ้านเดี่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้มองไว้ 3-4 จังหวัด อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี เป็นต้น
**ปัญหาคือความท้าทาย
หลายคนมองว่าปัญหาคือ อุปสรรคในการทำงาน แต่สำหรับ ชูรัชฏ์ แล้ว เขามองว่านี้คือความท้าทายที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ เพราะปลายทางคือความสำเร็จและความภาคภูมิใจที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้า ปัญหาสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และการที่ลลิลขยายการลงทุนมาที่ต่างจังหวัด นั่นหมายความว่าเราจะต้องมีความพร้อมและมีวิธีการรับมือกับปัญหานี้ไว้แล้ว
"เราแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนด้วยการ ใช้แรงงานอย่างละครึ่ง คือ แรงงานระดับหัวหน้าและแรงงานระดับล่างมาจากกรุงเทพฯ ครึ่งหนึ่งและมาใช้บริษัทรับเหมาและแรงงานจากจ.ชลบุรีอีกครึ่งหนึ่ง ทำให้บริษัทสามารถควบคุมงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้ ซึ่งตรงนี้คือจุดเด่นอย่างหนึ่งที่จะแข่งขันกับผู้ประกอบการท้องถิ่น" นายชูรัชฎ์ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556



เดอะริเวอร์ ดันยอดขายไรมอน แลนด์ พุ่ง 300 ล้านบาทภายใน 2 วัน

