ผู้รับเหมาโผล่โร่ร้องนายกฯ-จุฬาราชมนตรี หลังส่งมอบงานก่อสร้างสาขาไอแบงก์แต่ผู้บริหารชุดปัจจุบันเมินจ่ายค่าจ้าง ด้านวงในระบุเบรกทุกสัญญาก่อสร้างสาขา ขณะที่คลังรวบอำนาจ ธพว.-บอร์ดสรรหาฯ หาช่องจ้างรายปีทั้งเอ็มดีพร้อมทีมที่ปรึกษามาเป็นชุด
หลังจากที่กระทรวงการคลังมีนโยบายเร่งฟื้นฟู 2 ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ (ธพว.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ (ธอท.) ซึ่งมีปัญหาหนี้เสียสะสมที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ภายใต้เงื่อนไขแผนฟื้นฟูภายใน 6 เดือนก่อนจะพิจารณาเพิ่มทุนนั้น
แหล่งข่าวจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งทำหน้าที่สำรวจอาคาร ออกแบบและกำหนดราคากลาง เพื่อเป็นเกณฑ์ให้ไอแบงก์เปิดประมูลคัดเลือกผู้รับเหมาเพื่อรื้อและปรับปรุงสำนักงานสาขาของไอแบงก์ อีกทั้งภายหลังจากคัดเลือกผู้รับเหมา 2 ราย ทางสถาบันจะทำหน้าที่ตรวจสอบความคืบหน้าและส่งมอบงานต่อไอแบงก์ ได้ออกมาร้องเรียนผ่าน "ฐานเศรษฐกิจ" โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากผู้บริหารไอแบงก์อย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้ ทางอาจารย์ซึ่งเป็นผู้บริหารและรับผิดชอบโครงการได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี หรือจุฬาราชมนตรีหลังจากประสานงาน และทวงถามค่าจ้างแต่ไม่ได้รับคำตอบจากผู้บริหาร ที่สำคัญสถาบันถูกทวงถามจากผู้รับเหมาที่ส่งมอบงานไปตามงวดงานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับค่าจ้างเช่นกัน
ทั้งนี้ สถาบันได้รับคัดเลือกเข้าไปสำรวจอาคาร และออกแบบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2555 หลังจากนั้นจึงได้ลงพื้นที่ และออกแบบสาขาตามที่ได้รับนโยบายจากไอแบงก์ กระทั่งเมื่อผู้รับเหมา 2 รายชนะประมูลเข้ามา ซึ่งทางสถาบันทำหน้าที่ในการตรวจรับงานก่อนส่งมอบ ปัจจุบันทางผู้รับเหมาและบุคคลภายนอกทวงถามกับสถาบันโดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
สอดคล้องกับนายชัยนรินทร์ ธนากิจชูเกียรติ ผู้รับเหมา ซึ่งระบุว่า ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนมากจากดำเนินงานปรับปรุงสาขา และส่งมอบงาน แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง อีกทั้งที่ผ่านมาแม้สัญญาว่าจ้างระบุ เงื่อนไขภายหลังทำสัญญา 15 วันกำหนดจ่ายเงินงวดแรก 25% งวด 2 กำหนดจ่าย 35% เมื่องานระบบคืบหน้า(ไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศและประปา) และงวดสุดท้ายกำหนดจ่ายทั้งหมดแต่ปรากฏว่าล่าสุดงานคืบหน้าคงเหลือเพียงประมาณ 10% แต่ผู้รับเหมาก็ยังไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด
ต่อคำถามกรณีไม่ได้รับค่าจ้างงวดแรกทำไมยังทำงานต่อนั้นนายชัยนรินทร์ กล่าวว่า แม้จะไม่ได้รับค่าจ้าง ส่วนตัวมองว่าเป็นสัญญาที่ควรจะเดินหน้าต่อ จึงยอมลงทุนด้วยทุนตัวเองไปก่อน โดยคาดหวังว่าเมื่องานเสร็จและทางไอแบงก์ส่งมอบก็จะได้รับเงินตามกำหนดดังกล่าว โดยสัญญารับเริ่มงานตั้งแต่เดือนตุลาคมกำหนดสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2555
ด้านความเคลื่อนไหวภายในไอแบงก์นั้น "แหล่งข่าววงใน"ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ยังมีลูกค้าทยอยถอนเงินออก อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องของบุคลากร ซึ่งก่อนหน้านี้ไอแบงก์รับสมัครบุคคลภายนอก /ซื้อตัวผู้บริหารจากสถาบันการเงินอื่นหรือธนาคารพาณิชย์มาพร้อมเสนอตำแหน่งผู้จัดการสาขา แต่ผู้บริหารชุดปัจจุบันสั่งลดค่าใช้จ่ายและขนาดสาขา รวมทั้งไม่เปิดสาขาอย่างเป็นทางการทำให้เกิดความสับสนภายใน
ด้านนายธานินท์ อังสุวรังสี ผู้จัดการ ไอแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารพิจารณาความสามารถในการทำกำไรของทั้ง 107 สาขา แต่ที่ผ่านมาทิศทางการเปิดสาขาและตู้เอทีเอ็ม ไม่มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ กล่าวคือ นโยบายการเปิดสาขาควรจะอยู่ในพื้นที่ที่มีชาวไทยมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนหนาแน่น ยกตัวอย่างเช่น หลังจากเข้าไปสำรวจในพื้นที่ภาคอีสานพบว่ามีคนไทยถึง 18.5 ล้านคน แต่มีชาวมุสลิมเพียงกว่า 20,000 คน แต่กลับไปเปิดสาขาถึง 10 แห่ง ดังนั้น จึงต้องพิจารณาทบทวนแผนโยกย้ายสาขาใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อชาวไทยมุสลิมให้ถึง 50% จากปัจจุบันมีเพียง 3% เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้าธนาคารตั้งเป้ามีรายได้จากค่าธรรมเนียมเป็น 50% ของรายได้ทั้งหมด
แหล่งข่าวจากไอแบงก์ กล่าวว่า การพิจารณาจ่ายเงินตามสัญญาการก่อสร้างสาขาของแบงก์ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้คงต้องระงับไว้ก่อน เพราะเป็นสัญญาที่ดำเนินการของคณะทำงานในอดีต คงต้องทบทวนสัญญาว่า มีการตรวจรับถูกต้องและเป็นไปตามทิศทางที่แบงก์กำหนดไว้หรือไม่
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากนี้ไปปัญหาเอสเอ็มอีแบงก์ ควรต้องมีการรวมอำนาจบริหารไว้ที่กระทรวงการคลังเท่านั้น จากปัจจุบันอำนาจการบริหารแบ่งกันอยู่ระหว่าง กระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ขณะเดียวกันได้ขยายระยะเวลาการสรรหากรรมการผู้จัดการคนใหม่ (กำหนดเดิม 16 มกราคมถึง 15 กุมภาพันธ์ 2556) โดยเมื่อครบวันปิดรับสมัครเดิมนั้นมีผู้มายื่นสมัครเพียง 2 ราย ซึ่งเป็นคนภายใน ซึ่งมองว่าคุณสมบัติยังมีไม่เพียงพอ ที่จะเข้ามาฟื้นฟูฐานะของธนาคาร อีกทั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ยังต้องการมีตัวเลือกกว่านี้ เพราะการแก้ไขปัญหาเก่าของเอสเอ็มอีแบงก์ได้ต้องไม่ใช่แค่กรรมการผู้จัดการคนเดียว แต่ต้องมีทีมที่ปรึกษาของกรรมการผู้จัดการด้วย ดังนั้น ผู้สมัครในตำแหน่งนี้ ควรจัดทีมที่ปรึกษามาเป็นชุด แล้วระบุทำเป็นสัญญาจ้างต่อปีให้ชัดเจน
ขณะที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า บแผนฟื้นฟูของเอสเอ็มอีแบงก์นั้นยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับวิธีดูแลลูกหนี้ดีพื่อมิให้ลามเป็นปัญหาก็ยังไม่ปรากฏแผน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่ 21 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




