ทันทีที่รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าต้องรับงานแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มตัว แทนการบอกปัดภารกิจหรือบอกว่ากลัวระเบิด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็มีคำสั่งเเต่งตั้งที่ปรึกษาด้านการข่าวเเละขับเคลื่อนนโยบายการเเก้ไขปัญหาจังหวัดชายเเดนภาคใต้จำนวน 9 คน ทันที
ที่ปรึกษาทั้ง 9 ประกอบด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายซูการ์โน มะทา นายเด่น โต๊ะมีนา นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายนัจมุจดิน อูมา นายอับดุลเร๊าะห์มาน อับดุลสมัด นายสุทธิพันธุ์ ศรีริกานนท์ เเละนายสุดิน ภูยุทธานนท์
ตรงไปตรงมาแบบไม่ต้องอ้อมค้อมคือการนำนักการเมือง “กลุ่มวาดะห์”ซึ่งเคยทรงอิทธิพลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาช่วยแก้ปัญหาไฟใต้
ย้อนอดีตกลุ่มวาดะห์ หรือ “กลุ่มเอกภาพ” ล้วนเป็นนักการเมืองศิษย์เก่าของพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองคะแนนเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
แต่เมื่อกระแสการเมืองเปลี่ยนกลุ่มนี้ได้ย้ายไปสังกัด “พรรคความหวังใหม่”ตามคำเชิญของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งกำลังมาแรงและสมาชิกกลุ่มวาดะห์ต่างก็ได้ดิบได้ดีเมื่อชนะการเลือกตั้งและพรรคความหวังใหม่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ครั้นพรรคความหวังใหม่มีอันยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี กลุ่มวาดะห์ก็ยังคงรักษาเก้าอี้ในรัฐบาลและบทบาททางการเมืองไว้ได้ กระทั่งถึงการเลือกตั้งในปี 2548 ที่กระแสต้านทักษิณส่งผลให้กลุ่มวาดะห์พ่ายแพ้แก่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แบบหลุดทั้งยวงซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนในช่วงขาลง
การรัฐประหารในปี 2549 ต่อด้วยการยุบพรรคไทยรักไทย มีผลให้สมาชิกกลุ่มวาดะห์ต้องแสวงหาที่หลบภัยด้วยการย้ายเข้าอาศัยร่มเงาของพรรคประชาราช ของนายเสนาะ เทียนทอง และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะย้ายกลับมาเข้าสังกัดพรรคพลังประชาชน ยุคนายสมัคร สุนทรเวช เพื่อลงเลือกตั้งในปี 2550
ผลการเลือกตั้งแม้จะทวงคืนเก้าอี้ส.ส.มาได้บ้าง แต่เกมการเมืองที่ไล่ยุบพรรคพลังประชาชนในปี 2551 ทำให้สมาชิกกลุ่มวาดะห์ตัดสินใจจับมือกับกลุ่มปากน้ำของนายวัฒนา อัศวเหม ย้ายเข้าสังกัดพรรคมาตุภูมิ ของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้นำการรัฐประหาร
เมื่อดูประกอบกับข้อเท็จจริงวันนี้ที่จำนวนส.ส.3 จังหวัดชายแดนใต้ 11 คน เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ 9 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน และพรรคมาตุภูมิ 1 คน สะท้อนว่านับจากความพ่ายแพ้ในปี 2548 กลุ่มวาดะห์ยังไม่สามารถเรียกคะแนนนิยมคืนจากประชาชนในพื้นที่ได้
แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “การข่าว” ของนักการเมืองกลุ่มนี้จะบอดใบ้ หรือจะสิ้นไร้ซึ่งบารมีและอิทธิพลในทางที่ดีต่อประชาชนในพื้นที่ ในการช่วยเหลือรัฐบาลแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่ปรากฏอยู่ทุกวัน
เพราะการแพ้-ชนะเลือกตั้งก็เรื่องหนึ่ง การมีฐานเสียง มีฐานข้อมูลบุคคล มีโครงข่ายการเมืองท้องถิ่น มีการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ว่าอดีตส.ส.อาจจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าคนที่เป็นส.ส.ในปัจจุบัน
การที่นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์บางคนออกมาตั้งข้อสังเกตแบบทันทีทันควันว่า “วาดะห์บางคนคือมะเร็งร้ายในยุคทักษิณครองเมือง” นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์คนนั้นก็น่าจะบอกกับชาวบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยว่า ยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะครองเมืองอยู่ 2 ปี 231 วันนั้นได้ทำอะไรกับปัญหาไฟใต้อย่างเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่ 21 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




