ตลาดรถยก หรือ รถโฟร์กลิฟต์ ในประเทศไทย แม้ภาพรวมการแข่งขันจะไม่ดุเดือดเหมือนดังเช่นตลาดรถยนต์ แต่ตลาดนี้ก็มีผู้เล่นมากมายทั้งจากจีน-ญี่ปุน-ไต้หวัน และมีอัตราการเติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสนับสนุนก็มาจากภาพรวมของอุตสาหกรรมต่างๆรวมไปถึงนโยบายรัฐ-ระบบสาธารณูปโภค-โครงการต่างๆที่เพิ่มมากขึ้น
แสงชัย อภิรามเมธา วันนี้ “ฐานเศรษฐกิจ”มีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งผู้ประกอบการแบรนด์ดังอย่างโคมัตสุ ที่มีคุณแสงชัย อภิรามเมธา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกโคมัตสุ ฟอร์คลิฟท์ จำกัด เป็นผู้บริหาร ที่จะมาบอกกล่าวให้ฟังถึงผลการดำเนินงาน-แผนงาน และตลาดนี้ว่ามีทิศทางและแนวโน้มเป็นอย่างไร
-ภาพรวมการดำเนินงาน
ในปีงบประมาณที่ผ่านมามียอดขายรวมของบริษัทที่ 780 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 24% ส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนั้นแล้วยังมีการเข้ามาลงทุนจากโรงงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากอีกด้วย จึงทำให้ตลาดรวมของรถโฟร์กลิฟต์ขยายตัวถึง 40% ในปีที่ผ่านมา
-แผนงาน-กลยุทธ์ต่างๆ ในปีนี้
เราได้ตระหนักว่าการเลือกซื้อรถยกเป็นการลงทุนที่ต้องคำนึงถึงปัจจัย 3 ด้าน คือ ราคาตัวรถใหม่, ค่าเชื้อเพลิงตลอดอายุการใช้งาน และ ค่าบำรุงรักษา ดังนั้นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์จะต้องมีคุณสมบัติครบตามที่ลูกค้าต้องการ โดยแผนงานด้านผลิตภัณฑ์ในปีนี้ จะทำการเปิดตัวรถยกรุ่นใหม่ FH Series ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิง สามารถประหยัดได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับรถรุ่นเดิม และแม้ว่า ผลิตภัณฑ์อาจจะดูมีราคาสูงกว่าแบรนด์อื่นๆแต่เราเชื่อมั่นในตัวสินค้าว่าสามารถลดค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งานได้มาก และนี่คือจุดเด่นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด
นอกจากนั้นแล้วจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเราคือการเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง กลุ่มสยามกลการ กับ KOMATSU LIMITED ประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีการค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะได้มาตรฐานเดียวกันกับ KOMATSU ทั่วโลก
ขณะที่แผนงานด้านกิจกรรมก็มีการส่งรถรุ่นใหม่ FH Series ไป Demo ไปที่หน่วยงานของลูกค้า ซึ่งรถในรุ่นนี้เหมาะกับการใช้งานหนัก และประหยัดน้ำมันมาก ดังนั้นเราจึงเน้นให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ตรงและได้พิสูจน์ประสิทธิภาพของตัวรถ นอกจากนั้นแล้วก็มีเงื่อนไขการรับประกันพิเศษเสนอให้ลูกค้า เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ในเรื่องความทนทาน
-เป้าหมายยอดขายในปี 2556
ในปี 2556 นี้เราตั้งเป้าหมายรวมไว้ที่ 900 ล้านบาท โดยผลประกอบการที่วางไว้จะมาจากรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในขนาด 4 - 5 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่มีอยู่ เราก็เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มฐานลูกค้าของเราได้มากขึ้น เพราะเราได้รับการยอมรับมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพของการบริการหลังการขาย
-ภาพรวมการแข่งขัน
ปัจจุบันบริษัท โฟร์กลิฟต์ ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยมาก โดยโฟร์กลิฟต์หลายยี่ห้อได้ย้ายฐานการผลิตไปตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น จีน หรือแม้แต่เข้ามาตั้งในประเทศไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันในเรื่องของราคาได้ แต่สำหรับ KOMATSU เราไม่ได้คำนึงถึงแต่เรื่องส่วนแบ่งการตลาดแต่เพียงอย่างเดียว โดยเรามุ่งแข่งขันในเรื่องของเทคโนโลยีการประหยัดพลังงาน และการลดมลพิษ และการให้บริการหลังการขายที่ดี ซึ่งจะเป็นการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลในระยะยาวมากกว่า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่ 21 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




