หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ยานยนต์ คอลัมน์ : Than Auto เอสซีจีชี้ห้ามติดแอลพีจีป่วน

เอสซีจีชี้ห้ามติดแอลพีจีป่วน

พิมพ์
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 

ผู้ประกอบการรับติดตั้งก๊าซพ้อนโยบายรัฐที่ไม่สนับสนุนการติดตั้งแอลพีจีในรถยนต์ไม่เป็นธรรม "เอสซีจี ออโต้แก๊ส" หวั่นใจนโยบายจะเปิดช่องให้เกิดร้านรับติดตั้งเถื่อน-ปั๊มเถื่อน ที่ไม่ได้มาตรฐานและจะส่งผลกระทบร้ายแรง

ด้านเอนเนอร์จี รีฟอร์ม ชี้กระทบเป็นวงกว้างทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย พร้อมเสนอแนะรัฐควรส่งเสริมพลังงานทางเลือกแบบเสรีและเป็นธรรม
alt    นายอภิสิทธิ์ ธนาดำรงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี ออโต้แก๊ส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจติดตั้งก๊าซรถยนต์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากกระแสข่าวว่าภาครัฐจะไม่ให้การสนับสนุนการติดตั้งแอลพีจีในรถยนต์นั้น คาดว่าจะส่งผลกระทบทั้งกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยในส่วนของผู้ประกอบการในธุรกิจนี้จะเป็นเอสเอ็มอีเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อมีนโยบายออกมาก็คงต้องปิดตัวไป
    ขณะที่ผู้บริโภคที่ต้องการติดตั้งจริงๆเนื่องจากราคาก๊าซหุงต้มมีราคาถูก ก็อาจจะหาช่องทางในร้านติดตั้งเถื่อนที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่งตรงจุดนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อไปในอนาคตหากมีการติดตั้งที่ไม่ได้ มาตรฐานตามที่วางไว้ นอกจากนั้นแล้วสถานีบริการที่กระจายอยู่ 1 พันแห่งทั่วประเทศก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันเนื่องจากมีปริมาณรถที่เข้ามาใช้บริการลดลง  และผลที่สุดก็อาจจะต้องปิดตัวลง
    สำหรับแนวทางที่ผู้ประกอบการเสนอในตอนนี้ ต้องการให้ภาครัฐนำโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม,พลังงาน,คมนาคม,กรมการขนส่งทางบก รวมไปถึงผู้ผลิตถังก๊าซ,ผู้ติดตั้ง,ร้านค้าและตัวแทนผู้ใช้อาทิ แท็กซี่ หรือบุคลลทั่วไป เพื่อมาพูดคุยหาข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมองว่าภาครัฐจะต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง
    "ตอนนี้เหมือนรัฐแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งแนวทางหากไม่ต้องการสนับสนุนแอลพีจีก็ควรจะปรับราคาก๊าซขึ้นไปให้สูงขึ้น แต่โดยความจริงราคาก๊าซตอนนี้ถูกกว่าน้ำมันมาก ทำให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถแบกรับค่าน้ำมันได้ ก็ต้องหันมาหาพลังงานทางเลือกที่ถูกกว่า ตรงจุดนี้เรามองว่าต้องหาผู้รับผิดชอบโดยตรง เพราะมิฉะนั้นแล้วในอนาคตอาจจะมีติดตั้งเถื่อน,สถานีบริการเถื่อน ซึ่งน่าเป็นห่วงมากกว่าในปัจจุบันเสียอีก"
    นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีนโยบายของรัฐออกมาในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดรับติดตั้งคึกคัก เพราะถือเป็นช่วงหลังปีใหม่-ตรุษจีน ซึ่งผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยเงินเป็นจำนวนมาก ทำให้การติดตั้งในช่วงนี้ยังทรงแต่คาดว่าในช่วงมอเตอร์โชว์ หรือประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกรอบ ประกอบกับรถคันแรกที่จะทยอยเข้าสู่ตลาด จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ตลาดรับติดตั้งกลับมาเติบโตอีกครั้ง
    "ถ้านโยบายรัฐประกาศออกมาและบังคับใช้เลย ก็คงจะมีบางส่วนที่รีบเข้ามาติดตั้ง แต่ก็เป็นจำนวนที่ไม่มาก เพราะผู้บริโภคยังติดปัญหาเรื่องเงิน บางส่วนก็จองรถไว้ก็ยังไม่ได้รถ คาดว่าจะได้รถกลางปี และโดยปกติลูกค้าที่ซื้อรถใหม่จะยังไม่ติดตั้งทันที แต่หลังจากผ่านไปประมาณ 6 เดือนถ้าไม่สามารถแบกรับราคาน้ำมันไหวก็จะกลับมาติดก๊าซ ทำให้มองว่าตลาดรับติดตั้งก๊าซจะกลับมาคึกคักในช่วงกลางปีถึงปลายปี"
    ด้านนายสุรชัย นิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ไม่เห็นด้วยหากภาครัฐมีนโยบายไม่สนับสนุนการติดตั้งแอลพีจีในรถยนต์ เพราะจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง ปัจจุบันมีประชากรรถติดก๊าซจำนวน 1.4 ล้านคัน มีจำนวนสถานีบริการปั๊มก๊าซกว่า 1 แห่ง ขณะที่ร้านค้าที่รับติดตั้งและผู้ผลิตและนำเข้าถังก๊าซก็มีเป็นจำนวนมาก หากมีนโยบายดังกล่าวจริงๆก็คงจะเกิดผลกระทบทั้งระบบ
    "นโยบายค่อนข้างไม่เป็นธรรม เพราะจะสนับสนุนแต่การใช้ เอ็นจีวี แต่ไม่ให้ใช้ แอลพีจี ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งแอลพีจี หรือเอ็นจีวี หรือน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปก็มีความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้เช่นเดียวกัน ตรงจุดนี้เองเรามองว่าสิ่งสำคัญคือ การติดตั้ง หรืออุปกรณ์ ที่ได้มาตรฐานต่างหากที่ควรจะต้องกำกับและดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งกับนโยบายรัฐที่จะออกมานี้ เรามองว่าเกิดขึ้นเร็วเกินไป รัฐควรที่จะศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และควรที่จะแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างมาตรฐานการติดตั้ง หรือมาตรฐานของถังก๊าซมากกว่า"
    นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การติดตั้งทั้งแอลพีจี หรือ เอ็นจีวี นั้นถือว่าเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยและต้องการใช้เชื้อเพลิงที่ราคาประหยัด ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้รถด้วย โดยข้อเสนอแนะที่ต้องการนำเสนอภาครัฐคือ ขอให้มีการส่งเสริมพลังงานทางเลือกแบบเสรีและเป็นธรรม รวมไปถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานของผู้รับติดตั้งก็ต้องดูว่ามีใบอนุญาตให้รับติดตั้งหรือไม่ หากไม่มีก็ต้องลงโทษตามกฎหมาย และประการต่อมาคือการตรวจสอบผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าถังมาจากแหล่งต่างๆว่าได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้หรือไม่
    "รัฐที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องอย่างกรมการขนส่งทางบก ที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตจะต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มงวดและมีบทลงโทษอย่างจริงจัง โดยหากตรวจสอบพบว่าร้านนี้ไม่มีใบอนุญาต หรือผู้ผลิตนำเข้าถังไม่ได้มาตรฐานก็ต้องสั่งห้ามเลยทันที เช่นเดียวกับลูกค้าที่ไม่ควรจะเห็นแก่สินค้าที่มีราคาถูกจนเกินไป เพราะบางทีเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและจะก่อให้เกิดอันตรายได้"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่   21 - 23  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 1743 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*