เอกซเรย์เสียงสะท้อนเอกชนภาคธุรกิจท่องเที่ยวต่อผู้ว่าฯกทม.คนใหม่"แอตต้า" ร้องขอที่จอดรถทัวร์บริเวณพระบรมมหาราชวัง พ่วงจัดรูตท่องเที่ยวทางน้ำเฉพาะทัวริสต์ "ทีเอชเอ" จี้แก้ปัญหาความปลอดภัย ทั้งจัดระเบียบร้านค้าข้างทาง "สทท." ชู กทม.หาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และบูรณาการแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ
นายชิดชัย สาครบดี รองนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวหรือแอตต้า เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัญหาด้านการท่องเที่ยวที่แอตต้าประสบปัญหาหนักในขณะนี้คือไม่มีสถานที่จอดรถอย่างเป็นรูปธรรมบริเวณ พระบรมมหาราชวัง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือกับผู้ว่าฯ กทม. มาหลายคนแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้มีการวนรถซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมันและก่อให้เกิดมลพิษ โดยต้องการให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่มองถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว
ประกอบกับในเรื่องของการให้บริการเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในช่วงหลังมีภาคเอกชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก แต่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวต่ำ ไม่ว่าจะเป็นท่าเทียบเรือ การออกเรือ หรือการล้วงกระเป๋า ดังนั้น หาก กทม. มีการจัดเรือในเส้นทางเฉพาะของนักท่องเที่ยว เช่น วัดอรุณราชวรารามฯ พระบรมมหาราชวัง หรือท่าเรือที่เอเชียทีค เป็นต้น ซึ่งหากสามารถทำเส้นทางให้เป็นกลุ่มสำหรับการท่องเที่ยวของแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ก็จะเป็นรูตใหม่ของการท่องเที่ยวทางน้ำ
นายอุดม ศรีมหาโชตะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโรงแรมไทยหรือทีเอชเอ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะต้องดูแลด้านความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว ตรงไหนที่เป็นจุดล่อแหลมจะต้องดูแลอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ จะต้องดูแลในเรื่องการไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านจิวเวลลี เป็นต้น จะต้องมีการควบคุมราคาให้มีความเหมาะสมและไม่ให้สูงจนเกินไป ประกอบกับในด้านความสะอาด โดยในเรื่องอาหาร นักท่องเที่ยวนิยมรับประทานอาหารข้างทาง หาบเร่ หรือแผงลอย ต้องการให้ กทม. มีการจัดระเบียบกลุ่มดังกล่าวให้ดีกว่านี้ เช่น ในพื้นที่เยาวราช ถนนข้าวสาร สุขุมวิท หรือสีลม เป็นต้น ต้องมีการจัดระเบียบไม่ให้มีการตั้งร้านค้าบนถนน
รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างของอาคาร ซึ่งโรงแรมจะต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเรื่องนี้ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย และทีเอชเอพยายามผลักดันตรงนี้ให้เป็นโรงแรมที่มีโครงสร้างถูกต้อง เพื่อให้มีความปลอดภัย และป้องกันความเสียหายทั้งร่างกายและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้นด้วย ประกอบกับ กทม. จะต้องมีการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงมุ่งเน้นการหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งจะต้องมีการจัดอีเวนต์ใหม่ๆ และอย่าให้กระจุกตัวอยู่เฉพาะใจกลางเมือง เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ หรือสยามสแควร์ แต่ต้องกระจายแหล่งท่องเที่ยวให้มากขึ้น ตลอดจนจะต้องมีการจัดระเบียบรถสาธารณะให้มีระบบและปลอดภัยมากขึ้น
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. เปิดเผยว่า รายรับจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในส่วนของต่างประเทศอยู่ที่ราว 1 ล้านล้านบาท ซึ่งหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. จะต้องอำนวยความสะดวก สะอาด และปลอดภัยจากนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ กทม. ยังขาดแหล่งท่องเที่ยวใหม่และขาดการบูรณาการแหล่งท่องเที่ยว
"เราต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพด้วย ไม่ว่าใครที่จะเข้ามาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สทท. ก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกับผู้ที่เข้ามา ซึ่งเอกชนต้องการที่จะสะท้อนปัญหาในสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐรับทราบ และขอให้มีส่วนร่วมด้วยกัน โดยขณะนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ มีวันพำนักเฉลี่ยลดลงเหลือราว 1 วันครึ่ง จากเดิมที่มีวันพำนักเฉลี่ยราว 3 วัน 2 คืน ดังนั้น กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีโปรดักต์ด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้น รวมถึงบูรณาการแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ"
ทั้งนี้ สทท. ขอให้ความเห็นถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ โดยเสนอให้มีการปรับปรุงระบบการคมนาคมขนส่งพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลักที่สำคัญ มีการจัดระเบียบที่จอดรถทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวให้เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณพระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับแรกของกรุงเทพฯ ควรจัดสรรพื้นที่ให้จอดรถได้ราว 150 คัน เสนอให้จัดเดินรถทางเดียวบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังและให้จอดบริเวณระหว่างแยกกรมทหารรักษาดินแดนและกรมแผนที่ทหาร ซึ่งเป็นระยะทางที่เหมาะสมที่นักท่องเที่ยวเดินถึงได้ รวมถึงควรจะมีการปรับปรุงแผนที่ป้ายบอกทางให้มีมาตรฐานสากล
พร้อมกันนี้ เสนอให้สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุข โดยขอให้มีการพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำลำคลองให้มีมาตรฐานสากลเพื่อฟื้นฟูกิจกรรมการท่องเที่ยวทางคลองและกรุงเทพฯ ให้เป็น "เมืองเวนิซตะวันออก" ประกอบกับการฝึกอบรมร้านอาหารให้มีมาตรฐานความสะอาดและบริการ เป็นเลิศ การจัดระเบียบพื้นที่หาบเร่แผงลอยริมทางเท้า การปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะให้มีความสะอาดและปลอดภัย
นอกจากนี้ ต้องให้ความร่วมมือกับกรมการปกครองเร่งแก้ปัญหาโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ซึ่งเกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ประกอบกิจการโรงแรมอย่างถูกต้อง และนำไปสู่ปัญหาด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่ 21 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




