หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจโลก ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา

ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (Thilawa SEZ) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 2 พันเฮกตาร์ (ประมาณ 1.25 หมื่นไร่) ตั้งอยู่ระหว่างเขตอำเภอ Thanlyin และ Kyauktan ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองย่างกุ้ง ได้เริ่มเดินหน้าและมีความคืบหน้าของโครงการมากขึ้นเป็นลำดับ

 คนงานท่าเรือติละวากำลังขนท่อนซุงขึ้นฝั่ง หลังจากที่รัฐบาลเมียนมาร์และรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจจะร่วมกันพัฒนาโครงการเมื่อเดือนธันวาคม 2555 โครงการนี้นับเป็นโครงการนำร่องขนาดใหญ่ด้านการลงทุนของญี่ปุ่นที่กำลังเร่งสปีดกลับเข้ามามีบทบาทในเมียนมาร์อีกครั้ง
    ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 12 ในเมียนมาร์ มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ระดับ 217 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับจากปี 2531 เป็นต้นมา แต่ก็มีแนวโน้มว่าสถานภาพดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนไป โดยญี่ปุ่นทั้งภาครัฐและเอกชนได้แสดงความกระตือรือร้นที่จะเข้ามาหาลู่ทางทำการค้าและลงทุนในเมียนมาร์ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานที่เป็นคนหนุ่มสาว
    สัญญาณการเดินหน้าเต็มสูบของญี่ปุ่นนั้นเริ่มจากการเดินทางเยือนของนายทาโร อาโซะ รัฐมนตรีคลังซึ่งรับปากยินดีให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 576 ล้านดอลลาร์แก่เมียนมาร์ซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยวงเงินกู้ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นตัดสินใจยอมยกหนี้ค้างชำระมูลค่าราว 5.8 พันล้านดอลลาร์ให้กับเมียนมาร์ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาอีกด้วย นายอาโซะเดินทางเยือนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาด้วยตนเอง     
    ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นปี นายอิชิโร มารุยามะ รองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นที่เดินทางเยือนเมียนมาร์ เปิดเผยว่า โครงการท่าเรือและเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนนั้น จำเป็นต้องได้รับความสนับสนุนทั้งจากรัฐบาลและประชาชนเมียนมาร์ ทั้งนี้ โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลเมียนมาร์ที่ถือหุ้น 51 % และที่เหลือเป็นของฝ่ายญี่ปุ่น
    เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองย่างกุ้งที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเมียนมาร์และเป็นเมืองหลวงเก่า โดยอยู่ห่างออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร นายเซ็ต ออง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติของเมียนมาร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการคณะกรรมาธิการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (Thilawa SEZ Management Committee) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะของรัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอให้รัฐบาลเมียนมาร์จัดตั้งบริษัทเอกชนขึ้นเพื่อเข้ามาดำเนินการโครงการนี้ และเพื่อให้เป็นก้าวแรกของการดึงผู้ลงทุนเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลเมียนมาร์เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทเพื่อเป็นหลักประกันการให้ความสนับสนุนโครงการดังกล่าว "ถ้ารัฐบาล (เมียนมาร์) ซื้อหุ้นบริษัทเมื่อไหร่ ฝ่ายญี่ปุ่นก็จะมั่นใจมากขึ้นในการเข้ามาร่วมโครงการ" นายเซ็ต ออง กล่าว ซึ่งสอดคล้องกับทรรศนะของนายมารุยามะที่ว่า โครงการนี้เกิดขึ้นในเมียนมาร์ ดังนั้นรัฐบาลและเอกชนเมียนมาร์ควรจะต้องเป็นผู้ผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น
    แต่อุปสรรคก็ยังมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการขาดแคลนกระแสไฟฟ้าที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน อีกทั้งกฎหมายการลงทุนของต่างชาติในเมียนมาร์ก็ยังไม่มีความแน่นอน นอกจากนี้ การเวนคืนที่ดินรายรอบโครงการยังส่อเค้ามีปัญหากับชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ 
    กระนั้นก็ตาม ญี่ปุ่นเองแสดงความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาผลักดันให้โครงการนี้เริ่มเดินหน้า ไม่เพียงการรับปากให้ความสนับสนุนด้านการเงินและจัดหาแหล่งทุนเพื่อให้โครงการนี้เกิดให้ได้ แต่ยังรับปากจัดตั้งสถาบันเทคนิคเพื่อเป็นช่องทางนำผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคนานาชาติเข้ามาถ่ายทอดความรู้ความชำนาญในเมียนมาร์อีกด้วย  ท่าทีตอบสนองจากฝ่ายเมียนมาร์นั้นก็เป็นไปในทางบวกสำหรับญี่ปุ่น ล่าสุด คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของเมียนมาร์ (เอ็มไอซี) ก็เพิ่งอนุมัติโครงการผลิตรถยนต์ของบริษัท ซูซูกิ (เมียนมาร์)มอเตอร์ฯ ที่กำลังจะเข้าไปตั้งฐานผลิตในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา นอกเหนือไปจากโรงงานเดิมที่มีอยู่แล้วหนึ่งแห่ง ซูซูกิคาดหมายก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2558 ซึ่งถึงตอนนั้น การก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาเฟสแรกก็คงคืบหน้าไปมากแล้ว    

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,819 วันที่   17 - 20  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 7642 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*