ปตท.พร้อมส่งน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมชิงแชร์ตลาด ไม่เกินกลางปีนี้ ประเดิมปั๊มในกทม. หลังไออาร์พีซี ประสบความสำเร็จกลั่น BHD ได้ที่ระดับ 10 ล้านลิตรต่อเดือน โดยมีสัดส่วนไบโอดีเซลผสมสูงถึง 15% หากผลตอบรับดีมีโอกาสตั้งโรงงานผลิตเอง ด้านกรมธุรกิจพลังงาน การันตีไม่มีผลต่อเครื่องยนต์ แต่ราคาจะสูงกว่าดีเซลทั่วไป
นายอธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้โรงกลั่นไออาร์พีซีได้กลั่นน้ำมันไบโอไฮโดรเจนดีเซล(BHD) ล็อตแรกแล้วจำนวน 1 ล้านลิตร ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ) ในเนื้อน้ำมันดีเซลประมาณ 7% โดยได้ส่งมอบให้กรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เพื่อไปทดสอบประมาณ 100 ลิตร และพร้อมส่งมอบให้กับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) นำไปทำการตลาดต่อไป ซึ่งหาก ปตท.สามารถนำ BHD เข้าไปจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันได้ โรงกลั่นไออาร์พีซีก็พร้อมจะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด โดยสามารถผลิตได้เต็มที่ประมาณ 10 ล้านลิตรต่อเดือน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโรงกลั่นไออาร์พีซีได้ปรับหน่วยการผลิตเพื่อให้สามารถกลั่น BHD ได้ เนื่องจาก ปตท. ต้องการให้ทดลองกลั่นน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของซีพีโอ โดยสามารถเพิ่มสัดส่วนผสมได้ในระดับ 7-15% ซึ่ง BHD เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียม คุณภาพสูง เพราะมีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำ และมีค่าซีเทนสูง โดยราคาขายปลีกจะแพงกว่าน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน แต่เท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับ ปตท. จะเป็นผู้กำหนด
อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงพลังงานต้องการให้โรงกลั่นไออาร์พีซีผลิต BHD เพื่อระบายสต๊อกซีพีโอที่ล้นตลาดอยู่ในณะนี้ จะต้องลงทุนเพื่อสร้างโรงกลั่นใหม่ เนื่องจากโรงกลั่นไออาร์พีซีมีความสามารถในการกลั่น BHD เต็มที่เพียง 10 ล้านลิตรต่อเดือนเท่านั้น แต่หากพบว่าความต้องการ BHD ในตลาดยังน้อย โรงกลั่นไออาร์พีซีก็สามารถปรับหน่วยกลั่นเพื่อกลับมากลั่นน้ำมันดีเซลได้ตามปกติ
"ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการกลั่นเป็น 1.8 หมื่นบาร์เรลต่อวัน เทียบกับปีก่อนที่ 1.7 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ขณะที่คาดว่าค่าการกลั่นรวม (GIM) จะอยู่ที่ระดับ 9.5-10 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล สูงกว่าปีก่อนอยู่ที่ 6.8-7 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจปิโตรเคมีก็ถึงจุดต่ำสุดไปแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ไปน่าจะกลับมาปรับตัวสูงขึ้น โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 2.7-2.8 แสนล้านบาทซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน"
นายชวลิต พันธ์ทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดค้าปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ธพ. อยู่ระหว่างการตรวจสอบสเปกน้ำมัน BHD คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน คาดว่าไม่เกินกลางปีนี้จะได้เห็น BHD มีจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. โดยเบื้องต้นจะต้องมีการเตรียมถังและหัวจ่าย ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนหัวจ่ายของบางผลิตภัณฑ์ก็ได้ อย่างไรก็ตามน้ำมัน BHD จะมีราคาสูงกว่าน้ำมันดีเซลปกติ เนื่องจากมีต้นทุนสูงกว่า ส่วนจะสูงกว่าเท่าไรนั้น จะต้องพิจารณาอีกครั้ง เพื่อแข่งขันกับบริษัทรายอื่นที่มีดีเซลเกรดพิเศษออกมา
"ขณะนี้โรงกลั่นไออาร์พีซีสามารถกลั่น BHD ในปริมาณไม่มาก ดังนั้น ปตท. จึงจำเป็นต้องเลือกขาย BHD ในบางปั๊มและบางพื้นที่เท่านั้น โดยกำหนดพื้นที่เขตกรุงเทพฯก่อน เพราะกำลังการผลิตจะไม่พอ ซึ่งในอนาคตหากได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปตท.ก็มีแผนที่จะลงทุนหน่วยกลั่น BHD เพื่อขยายตลาดให้มากขึ้น"
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) กล่าวว่า ขณะนี้โรงกลั่นไออาร์พีซีสามารถกลั่น BHD ซึ่งมีสัดส่วนการผสมของไบโอดีเซลมากถึง 15% ได้แล้ว และเตรียมจะนำมาให้กรมทดลองใช้ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ เนื่องจาก BHD นับว่าเป็นน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียม ซึ่งราคาจะสูงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการศึกษาทางการตลาด คาดว่าหลังจากที่กรมตรวจสอบคุณภาพแล้ว น่าจะเริ่มจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.ได้ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทน้ำมันเชลล์เพียงรายเดียวที่ทำการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ ภายใต้ชื่อวี-เพาเวอร์ไนโตรพลัส ดีเซล จำหน่ายในราคา 32.98 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลทั่วไปจำหน่ายที่ 29.99 บาทต่อลิตร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,819 วันที่ 17 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




