ไมโครซอฟท์ยังไม่สามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนมาจากสองยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลและกูเกิลได้มากนัก แต่ผู้บริหารไมโครซอฟท์ยืนยันจะเดินหน้าต่อไปและไม่มียุทธศาสตร์สำรอง
ปีเตอร์ ไคลน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของไมโครซอฟท์ คอร์ป กล่าวในงานโกลด์แมนซากส์ เทคโนโลยี แอนด์ อินเตอร์เน็ต คอนเฟอเรนซ์ ว่า "เรามีความแน่วแน่เป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าสร้างความสำเร็จต่อไปในธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) และนำความสำเร็จนั้นมาสู่ธุรกิจแท็บเลตและโทรศัพท์มือถือ"
แม้ว่าไมโครซอฟท์จะยังไม่ประสบความสำเร็จในตลาดอุปกรณ์โมบายเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญทั้งแอปเปิลและกูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แต่ไคลน์กล่าวว่าไมโครซอฟท์ไม่มียุทธศาสตร์อื่นหรือแผนสำรองสำหรับธุรกิจในส่วนดังกล่าว
"แผนสำรองไม่สำคัญเท่ากับการดำเนินการตามแผนการปัจจุบัน เราตั้งเป้าหมายที่จะวิวัฒนาการระบบวินโดว์สเวอร์ชันนี้เพื่อให้เราสามารถนำเสนอประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการในราคาที่เหมาะสมกับผู้บริโภคทุกคน" ไคลน์กล่าว
เวลานี้ไมโครซอฟท์มีแท็บเลตภายใต้แบรนด์ เซอร์เฟซ (Surface) ของตนเองออกวางจำหน่าย 2 เวอร์ชัน และเปิดตัวซอฟต์แวร์สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดไปเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ยังไม่สามารถปักหลักในตลาดทั้งสองได้อย่างแข็งแกร่ง บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ประเมินว่า ไมโครซอฟท์จำหน่ายแท็บเลตเซอร์เฟซได้น้อยกว่า 9 แสนเครื่อง ในช่วงไตรมาส 4 ของปีก่อน ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายไอแพด 23 ล้านเครื่อง ของแอปเปิล
ขณะเดียวกัน การ์ทเนอร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือระบบวินโดว์สโฟนมีสัดส่วนในตลาดประมาณ 3% ของตลาดสมาร์ทโฟนโลกในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่วินโดว์สโฟนมีส่วนแบ่งตลาด 1.8% อย่างไรก็ดียังเป็นสัดส่วนที่ตามหลังส่วนแบ่ง 70% ของสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ และ 21% ของสมาร์ทโฟนระบบไอโอเอสของแอปเปิลอยู่มาก
เพื่อเป็นการชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้เพิ่มมากขึ้น ไคลน์กล่าวว่า ไมโครซอฟท์ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เพื่อทำให้มีซอฟต์แวร์ในระบบวินโดว์สใช้งานอยู่ในอุปกรณ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่สมาร์ทโฟน แท็บเลต ไปจนถึงคอมพิวเตอร์พีซีเต็มรูปแบบ
"มันเป็นกลยุทธ์ที่ละเอียดอ่อนกว่าเพียงแค่การปรับเพิ่มหรือลดราคา มันไม่เชิงเป็นแผนสำรอง แต่เป็นลักษณะของวิธีการปรับแผนการ เราจะนำอุปกรณ์เหล่านี้วางตลาดอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสม" ไคลน์ กล่าว
ไคลน์ไม่ได้ระบุว่าไมโครซอฟท์มีแผนจะก้าวเข้าสู่ตลาดแท็บเลตขนาดเล็กที่กำลังเติบโตด้วยหรือไม่ หลังจากที่ผู้ผลิตหลายราย อาทิ ไอแพดมินิจากแอปเปิล เน็กซัส 7 จากกูเกิล และคินเดิลไฟร์ จากอเมซอน ประสบความสำเร็จในตลาดเซ็กเมนต์ดังกล่าว
ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ระบุว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2555 ยอดขายสมาร์ทโฟนระบบวินโดว์สเพิ่มขึ้นเป็น 6.1855 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นการเติบโต 124.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2554 ที่มียอดขายเพียง 2.759 ล้านเครื่อง ขณะที่สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ทำยอดขายในไตรมาสเดียวกันได้ 144.72 ล้านเครื่อง ตามมาด้วยไอโฟนที่ยอดขาย 43.457 ล้านเครื่อง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,819 วันที่ 17 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




