หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ฐ.Blogger วิชัย สุวรรณบรรณ ยักษ์ธุรกิจ AEC : ฮวา แสน กรุ๊ป เวียดนาม

ยักษ์ธุรกิจ AEC : ฮวา แสน กรุ๊ป เวียดนาม

พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

alt‘ฮวา แสน กรุ๊ป’ (Hoa Sen Group) เป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่กลุ่มหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นของนายเล ฟวก วู (Le Phuoc Vu) มหาเศรษฐีอันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งจัดอันดับตามราคาตลาดหุ้นในปีที่แล้ว (2555) เป็นผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศและรู้จักกันในฐานะราชาแผ่นหลังคาเหล็ก

altผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของเวียดนาม เจ้าของฉายา     นายเล ฟวก วู เกิดวันที่ 28 พฤษภาคม 2506 ที่จังหวัดกว่าง นาม เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นเพราะเรียนไม่สูง ไม่ได้เรียนในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างโดยในปี 2544 ตั้งบริษัท ฮวา แสน จ้อยท์ สต๊อก จำกัดที่นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดบิ่ง เซือง (Binh Duong) ซึ่งเป็นจังหวัดในภาคใต้ของประเทศ อยู่ห่างไปทางเหนือของกรุงโฮจิมินห์ประมาณ 30 กิโลเมตร ตอนก่อตั้งมีพนักงาน 22 คน เงินทุนจดทะเบียน 30,000 ล้านด่อง นำเข้าสินค้าหลังคาเหล็ก และวัสดุก่อสร้างทั้งไม้และพลาสติกเข้ามาจำหน่ายในประเทศ
    นายวู เล่าให้นักข่าวเวียดนามฟังว่า ก่อนที่จะตั้งบริษัท ฮวา แสนฯ เขาเริ่มธุรกิจร้านขายแผ่นเหล็ก ด้วยความยากลำบากเพราะตอนเปิดร้าน มีเงินติดตัวเพียงล้านด่องเศษ ๆ และแหวนทอง 2 วง แต่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ร้าน 500,000 ด่องต่อเดือนและต้องวางเงินค้ำประกันค่าเช่าถึง 5ล้านด่อง เกือบจะไม่ได้เปิดร้าน แต่โชคดีที่มีคนรู้จักให้กู้เงิน 50 ล้านด่อง ทำให้สามารถเปิดร้านได้
    นายวูระบุว่า หลังจากเปิดร้านได้ไม่นาน ก็มีเงินหมุนเวียนเนื่องจากวัสดุก่อสร้างเป็นสินค้าที่มีความต้องการในประเทศเวียดนามในขณะนั้น ทำให้สามารถใช้คืนเงินกู้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เล ฟวก วูเล ฟวก วู    จุดทะยานของบริษัท ฮวา แสนฯ เริ่มขึ้น ในปี 2547-2548 เมื่อบริษัทได้เงินกู้แบบให้ความช่วยเหลือจากกองทุนของยูเอ็น (ODA capital) เพื่อใช้ในการลงทุนสร้างโรงเหล็กรีดเย็นแห่งแรกของบริษัท ในช่วงนั้น นายวู ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ในเวียดนามว่า เขาต้องศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเองเพราะไม่มีความรู้มาก่อน จบแค่มัธยม ใช้วิธีจ้างอาจารย์มาจากประเทศอังกฤษและออสเตรเลียมาช่วย และเดินทางไปดูโรงงานในต่างประเทศหลายแห่งด้วยตัวเอง
    หนังสือพิมพ์ในเวียดนาม ระบุว่านาย วู เป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถและแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ทำให้โรงเหล็กรีดเย็นแห่งแรกที่สร้างขึ้นมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าโรงงานอื่น ทั้งที่ตัวเขาเองไม่ได้จบการศึกษาสูง ๆ
    โรงงานเหล็กรีดเย็นแห่งแรกเสร็จไม่ถึงปี ฮวา แสน ก็ขึ้นสายการผลิตเหล็กรีดเย็นเพิ่มต่อเนื่อง ทำกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 180,000 ตันในอีก 2 ปีต่อมา และยังได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตแผ่นเหล็กชุบเคลือบสังกะสี ได้รับความช่วยเหลือทางเทคนิคจากประเทศอินเดียมีกำลังการผลิต 45,000 ตันต่อปี 
    ขณะที่ ฮวา แสน ขยายโรงงานผลิตเหล็กได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าของตัวเองไปด้วย โดยเปิดเครือข่ายร้านขายวัสดุก่อสร้าง เป็นโมเดลที่ต่างจากนักอุตสาหกรรมเหล็กส่วนใหญ่ที่มักจะเน้นเฉพาะการผลิต และไม่สนใจค้าปลีก
    นาย วู เคยให้สัมภาษณ์ว่าการสร้างเครือข่ายร้านขายปลีกของตัวเอง เป็นโมเดลที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างอย่างมากและพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับโมเดลนี้ให้แก่นักธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน
    ในปี 2550 ฮวา แสน สร้างข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ ในฐานะเจ้าบุญทุ่มในวงการฟุตบอล โดยการเสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมฟุตบอลแห่งชาติของเวียดนาม ในวงเงิน 200,000 ดอลลาร์ สูงเป็น 2 เท่าของเงินสปอนเซอร์ในปีก่อนหน้า
    หลังจากเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในฐานะผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของทีมฟุตบอลแห่งชาติแล้ว ฮวา แสน ก็นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นโฮจิมินห์ มีมูลค่าตลาดในขณะนั้น 1,834,000 ล้านด่อง
    ขณะที่บริษัท ฮวา แสนฯ เข้าตลาดหุ้น ธุรกิจพัฒนาที่ดินกำลังเป็นธุรกิจยอดฮิตในประเทศเวียดนาม บรรดาเศรษฐีนักธุรกิจระดับต้น ๆ ของประเทศ แทบทุกคนเฮโลเข้าสู่ธุรกิจนี้กันหมด ไม่เว้นแม้นายเล ฟวก วู นักธุรกิจผู้ชาญฉลาดที่สุดคนหนึ่งในขณะนั้น
    ฮวา แสน เริ่มโครงการอพาร์ตเมนต์ที่โฮจิมินห์ซิตี ชื่อโครงการ เฝอดอง-ฮวา แสน เป็นโครงการแรกในปี 2552 และเตรียมเดินหน้าต่อทันทีอีก 2 โครงการ โดยนายวู ประกาศว่าจะบุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจะเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ มีแผนจะเพิ่มโครงการพัฒนาที่ดินทั่วประเทศโดยนาย วู ได้เคยแถลงต่อผู้ถือหุ้นของเขาว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเป็นตัวสร้างกำไรให้แก่บริษัทในยุคต่อไป
    สิ้นคำประกาศของนายวู บริษัท ฮวา แสนฯ ก็เริ่มกว้านซื้อที่ดิน โดยที่ดินผืนงามผืนหนึ่งอยู่ในเมืองโฮจิมินห์ซิตี เพี่อสร้างสำนักงานใหญ่ ให้เป็นสัญลักษณ์ถึงความใหญ่โตของบริษัท แต่การรุกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เดินหน้าได้ไม่ถึง 2 ปี นายวู ตัดสินใจเปลี่ยนยุทธศาสตร์กะทันหัน ถอนตัวออกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเดินหน้าไปเพียงโครงการเดียวคือโครงการสร้างอพาร์ตเมนต์ ส่วนที่เหลือได้ขายออกไป
altบริษัท ฮวา แสนฯ ครองตลาดแผ่นเหล็กลอนและท่อเหล็กเป็นอันดับ 1 ของเวียดนาม    การพลิกตัวอย่างกะทันหันของนายวู นั้นเกิดจากเค้าลางความตกต่ำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดในช่วงนั้น ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามตกต่ำอย่างหนักในเวลาต่อมา เนื่องจากมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นอย่างมากมาย ในขณะที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ขึ้นที่สหรัฐอเมริกาและกำลังซื้อของคนเวียดนามมีน้อยกว่าโครงการบ้านและคอนโดฯที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
    นายวู หันกลับมาเน้นธุรกิจหลักคือโรงงานเหล็กและเครือข่ายร้านขายวัสดุก่อสร้างโดยทำสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงคือการสร้างโรงงานเหล็กผลิตเหล็กเคลือบสังกะสีอย่างหนาและเคลือบสีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ในขณะนั้น โครงการโรงเหล็ก ฮวา แสน ฟู มาย เริ่มสร้างในปี 2552 และใช้เวลาสร้างเพียง 1 ปี สินค้าจากสายการผลิตสายแรกก็เริ่มออกตลาด โดยนายวู ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ เป็นช่วงที่คนอื่นถอย แต่เขาเลือกที่จะรุกด้วยการลงทุนครั้งใหญ่ โดยร่วมกับพันธมิตร 7 ราย เพราะการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจขาลงจะได้ต้นทุนต่ำที่สุด
    ปัจจุบันบริษัท ฮวา แสนฯ ครองตลาดแผ่นเหล็กลอนและท่อเหล็กเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มีสาขาร้านขายวัสดุก่อสร้างเหนือจดใต้ 106 สาขา และเป็นผู้ส่งออกแผ่นเหล็กลอนเคลือบใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มยักษ์ธุรกิจแห่งเออีซี ที่น่าจับตาที่สุด

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,818 วันที่   14 - 16  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 4044 times

jL Poll Module1

รับจำนำข้าวปีแรกตัวเลขทางการขาดทุน1.36 แสนล. ทำอย่างไรต่อดี



 

Poll (2)

ครบครึ่งปีท่านให้คะแนนรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส