คดีการต้มตุ๋นขายตุ๊กตา"เฟอร์บี้"ผ่านอินสตาแกรม กลายเป็นที่ฮือฮากล่าวขานกันอย่างกว้างขวางบนหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ รวมถึงสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวก ความคล่องตัว
ในการติดต่อสื่อสารทั้งในเชิงธุรกิจและส่วนตัวน่าจะต้องสนใจกับเรื่องแบบนี้กันมากเป็นพิเศษ
ต้องยอมรับว่าการติดต่อสื่อสารบนโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างมากมาย อันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้การติดต่อสื่อสารบนโลกใบนี้ทำได้อย่างง่ายดาย สะดวกและรวดเร็ว
เกิดเป็นชุมชนที่มีการติดต่อสื่อสารกันบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันทั่วทุกมุมโลกกลายเป็นสังคมออนไลน์
ที่สำคัญยังเป็นช่องทางใหม่ๆ ของการทำธุรกิจ การค้าและการลงทุน ซึ่งนับวันจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น กลายเป็นเครื่องมือหรือช่องทางใหม่ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อไม่กี่ปีมานี้.. การไม่มีอี-เมล์ ก็จะถูกเพื่อนๆแซวว่า เชย.. แต่ ณ วันนี้ มีแค่ อี-เมล์..ไม่พอเสียแล้ว อยากทันสมัย ไม่ตกยุค ต้องเป็นสาวกเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เพื่อพูดคุยกับเพื่อนฝูง ติดต่อทำธุรกิจ ติดตามข่าวสาร
สรุปพฤติกรรมของคนในยุคนี้เปลี่ยนไป!!
บนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น มีทั้งด้านดีและไม่ดี.. ด้านดีก็มีอยู่มาก ทำให้เกิดกิจกรรมการค้า การลงทุน และเกิดมีนักธุรกิจหน้าใหม่ขึ้นมาอย่างมากมาย ซ้ำยังเปิดโอกาสให้กับนักการตลาด นักบริหารจัดการธุรกิจ และผู้ประกอบการ รวมถึงเทคนิเชียนหรือนักคอมพิวเตอร์ ได้ทำมาหากิน สร้างธุรกิจ สร้างรายได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง
ที่สำคัญยังเกิดเป็นสังคมและชุมชนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สำหรับเป็นสถานที่พบปะของบรรดาเพื่อนเก่าสมัยใส่ขาสั้นและคอซอง รวมถึงยังได้เพื่อนใหม่ๆ หรือคนที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน ซึ่งแม้จะอยู่ต่างที่ ต่างถิ่น กระจัดกระจายในหลายๆประเทศก็สามารถติดต่อสื่อสาร ถามสารทุกข์สุกดิบกันได้เหมือนอยู่ใกล้ๆกัน
ส่วนด้านลบ อย่างกรณีที่มีขบวนการต้มตุ๋นขายตุ๊กตา "เฟอร์บี้" ผ่านอินสตาแกรม ซึ่งมีผู้ประสบชะตากรรมได้รับความเสียหายมากกว่า 40 คนมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทนั้น น่าจะเป็นอีกกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจให้จงตระหนักถึง"ภัย"ที่จะเกิดขึ้น
จะว่ากันแล้วคดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน มีตัวละครชัดเจ้าหน้าที่สามารถตามรวบตัวได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ประเด็นสำคัญอยากจะฝากเตือนไปถึงสาวกเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมทั้งหลาย.. จงอย่าได้ไว้วางใจกันแค่หน้าตาหรือแค่ติดต่อสื่อสารกัน โดยเฉพาะกับกิจกรรมการซื้อๆ ขายๆ สินค้าหรือการทำธุรกิจการค้าการลงทุนในรูปแบบต่างๆ บนโลกออนไลน์
ผมมีความเชื่อว่า คดีนี้น่าจะส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยกับคนที่ทำมาหากิน ทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ ที่กำลังบูมและกำลังได้รับความนิยมกันในปัจจุบัน โดยเฉพาะผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหรือลูกค้า
แต่อย่างไรต้องขอปรบมือให้กับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่สามารถจัดการเอาตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่จะให้ดีมากยิ่งขึ้นต้องจับให้ได้ทั้งแก๊งหรือทั้งขบวนการ..แล้วจัดการดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อให้เป็นตัวอย่างสำหรับพวกคิดไม่ดีจะได้เลิกคิดเลิกทำ
ส่วนพวก(เรา)ที่ยังตัดหรือสลัดกิเลส ความโลภ ความหลงใหล คลั่งไคล้ในตัวดารา นักร้อง รวมถึงพวกชอบของถูกๆ ก็คงต้องหาวิถีทางสงบจิตสงบใจ ลด ละกิเลสเหล่านั้นลงเสียบ้าง!!
หากทำได้ก็จะไม่ต้องเสียใจ เสียทรัพย์ เพราะเสียรู้ให้กับพวกคิดไม่ดีหรือนักฉวยโอกาสอีกต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,818 วันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




