การที่อเมซอนยังไม่สามารถวางตลาดอุปกรณ์อี-รีดเดอร์และแท็บเลตคินเดิลในจีนได้ สะท้อนถึงความท้าทายสำคัญของอเมซอนในการเจาะตลาดจีน หลังจากกว่า 8 ปีที่ผ่านมาอเมซอนยังถูกคู่แข่งอี-คอมเมิร์ซเจ้าถิ่นอย่างอาลีบาบาทิ้งห่าง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลังพยายามมากว่า 8 ปี และทุ่มเงิน 74 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อกิจการบริษัทค้าปลีกออนไลน์ท้องถิ่น อเมซอน ดอตคอม เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของโลก มีส่วนแบ่งในตลาดอี-คอมเมิร์ซมูลค่า 1.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของจีนเพียงไม่ถึง 1% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเมื่อ 4 ปีก่อน โดยอเมซอนยังไม่ประสบความสำเร็จในการไล่ตามบริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง บริษัทอาลีบาบา โฮลดิ้ง จำกัด
อเมซอนพยายามจะทำกำไรจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดค้าปลีกออนไลน์ในจีน ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของจีนระบุว่า ในปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10% เป็น 564 ล้านคน บริษัทวิจัย อนาไลซิส อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ประเมินว่ามูลค่าการทำธุรกรรมค้าปลีกออนไลน์ในจีนจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 2.57 ล้านล้านหยวนภายในปี 2558 จาก 1.22 ล้านล้านหยวนเมื่อปีก่อน
ข้อมูลจากอนาไลซิส อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่า ในไตรมาส 3 ของปี 2555 อเมซอนมีส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกออนไลน์จีน 0.8% เป็นลำดับที่ 5 ตามหลังผู้นำอาลีบาบาที่มีส่วนแบ่ง 76% อเมซอนไม่เปิดเผยข้อมูลยอดขายจำแนกตามแต่ละประเทศ โดยแบ่งเป็นเพียงยอดขายในอเมริกาเหนือซึ่งอยู่ที่ 57% ของยอดขายปี 2555 และยอดขายในต่างประเทศ
อเมซอนไม่ใช่บริษัทอี-คอมเมิร์ซจากสหรัฐอเมริการายแรกที่ประสบปัญหาในการแข่งขันกับอาลีบาบา อีเบย์อิงค์ก้าวเข้าสู่ตลาดจีนในปี 2545 แต่ไม่สามารถแข่งขันกับเว็บไซต์ Taoboa.com ซึ่งเป็นธุรกิจประมูลของอาลีบาบา จนต้องปิดเว็บไซต์ลงในปี 2549
ธุรกิจอี-บุ๊ก นับเป็นธุรกิจหลักอีกอย่างหนึ่งของอเมซอนในอเมริกาเหนือ แต่ไมเคิล เคลนเดนิน กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน เรดเทค แอดไวเซอร์ส กล่าวว่า ไม่มีบริษัทใดสร้างธุรกิจที่มีผลกำไรได้โดยใช้ธุรกิจอี-บุ๊กเป็นหลัก โดยบริษัทอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนต่างพึ่งพายอดขายจากเสื้อผ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
จูเลีย ซู ผู้ก่อตั้งบริษัทอ็อบเซอร์เวอร์ โซลูชันส์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดที่ช่วยบริษัทต่างชาติลงทุนในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจีน กล่าวว่าธุรกิจอี-บุ๊กของอเมซอนในอนาคตเต็มไปด้วยความท้าทาย "ผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินซื้ออี-บุ๊กในเวลานี้"
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แท็บเลตคินเดิล ไฟร์ เอชดี (Kindle Fire HD) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดท่ามกลางสินค้าหลายล้านประเภทที่จำหน่ายอยู่บนเว็บไซต์อเมซอนทั่วโลก โดยอเมซอนกล่าวว่า แท็บเลตคินเดิลไฟร์ เอชดี แท็บเลตคินเดิลไฟร์ อี-รีดเดอร์รุ่นคินเดิล เปเปอร์ไวท์ และอี-รีดเดอร์คินเดิล เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดจากการจัดลำดับยอดขายทั่วโลกเมื่อสิ้นปีก่อน
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยไอดีซีระบุว่า อเมซอนครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 3 ในตลาดแท็บเลตโลก ด้วยสัดส่วน 12% ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ตามหลังแอปเปิลและซัมซุง โดยในไตรมาสที่ผ่านมาอเมซอนทำยอดขายคินเดิลไฟร์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านเครื่องทั่วโลกจาก 4.7 ล้านเครื่องในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ในตลาดอี-รีดเดอร์จีนที่ไม่มีอุปกรณ์คินเดิลเป็นหนึ่งในผู้เล่น ผู้ผลิตจากท้องถิ่นสามารถครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ บริษัทฮันวอน เทคโนโลยีฯ มีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 50% ตามมาด้วยอุปกรณ์แบมบุ๊ก (Bambook) จากบริษัทชานดา อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ที่มีส่วนแบ่ง 28% ตามข้อมูลจากอนาไลซิส อินเตอร์เนชั่นแนล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,818 วันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




