ประธานเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอเปกเชื่อว่ากลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิกต้องร่วมกันต้านทานแรงกดดันจากการกีดกันทางการค้า ถ้าต้องการเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกต่อไป
ยูริ ทัมริน นายยูริ ทัมริน ประธานการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มเอเปก กล่าวกับเดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัลว่า ประเทศสมาชิกเอเปกทั้ง 21 ประเทศกำลังวางแนวทางที่ประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกของโลก คือสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น จะสามารถลดกำแพงการค้าลง สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งภูมิภาค
"แนวทางที่สำคัญได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้ว จากนี้เราจะต้องคิดถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ" นายทัมริน ซึ่งเป็นอธิบดีกรมเอเชีย-แปซิฟิกและแอฟริกาของกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าว พร้อมกับเสริมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะเวลานี้มีความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบาก
การประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเอเปกประจำปี 2556 มีขึ้นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อีก 2 ครั้ง รวมถึงการประชุมของผู้นำธุรกิจและการประชุมระดับรัฐมนตรี ก่อนที่ผู้นำของประเทศสมาชิกทั้ง 21 ประเทศจะมาประชุมสุดยอดร่วมกันที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนตุลาคม
กลุ่มประเทศเอเปกมีประชากรรวมกันกว่า 2.8 พันล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน 54% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลก และมีสัดส่วนการค้า 44% ของการค้าโลก
เนื่องจากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระดับโลกที่มีองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เป็นโต้โผคืบหน้าไปได้อย่างล่าช้า ทำให้มีหลายองค์กรในระดับพหุภาคีที่พยายามจะวางรากฐานของระบบการค้าโลก อาทิเช่น ภายในเอเชีย ก็มีภูมิภาคอาเซียนที่รวมกลุ่มกันลดกำแพงทางการค้า อีกทั้งร่วมทำข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนและประเทศต่างๆ ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามผลักดันเขตการค้าเสรีที่เรียกว่า ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือทีพีพี (Trans-Pacific Partnership) เป็นต้น
นายทัมรินกล่าวว่า ถ้าเอเปกต้องการเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกต่อไป เอเปกจำเป็นต้องโน้มน้าวให้ประเทศสมาชิกลดกำแพงทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีลง รวมถึงสร้างท่าเรือ ถนน และสนามบินที่จะช่วยส่งเสริมการค้าทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก "เราต้องการให้เอเปกมีความสัมพันธ์กัน เราต้องการส่งเสริมการเชื่อมโยงในเอเปก" นายทัมริน กล่าว
แม้ว่าจะยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าจะมีผู้นำของประเทศสมาชิกกี่ประเทศที่สามารถให้คำมั่นต่อพันธสัญญาดังกล่าวได้ในเดือนตุลาคม แต่นายทัมรินกล่าวว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยกระตุ้นให้มีความพยายามเพิ่มขึ้นในการลดอุปสรรคทางการค้า
อย่างไรก็ดี เหมือนเช่นการรวมกลุ่มระดับพหุภาคีอื่นๆ แนวคิดใดๆ ของเอเปกจำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็นไปได้ทีละนิดอย่างช้าๆ แต่กระนั้นอินโดนีเซียในฐานะเจ้าภาพการประชุมในปีนี้ต้องการผลักดันให้มีความคืบหน้ามากที่สุดเพื่อแสดงศักยภาพของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,817 วันที่ 10 - 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




