หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home คอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.วีรชัย พลาศรัย การเลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ที่องค์การการค้าโลก

การเลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ที่องค์การการค้าโลก

พิมพ์
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

altช่วงนี้เป็นช่วงการสรรหาผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ขององค์การการค้าโลก หรือ WTO เพื่อทำหน้าที่แทน นายปาสกาล ลามี ผู้อำนวยการใหญ่คนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาใกล้ครบ 8 ปีแล้ว คือตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2005 ต่อจาก ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ของไทย

นายลามีจะหมดวาระที่ 2 ลงในเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยได้ประกาศมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะไม่ขอดำรงตำแหน่งต่ออีกเป็นวาระที่ 3 การเลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือนและน่าจะทราบผลราว ๆ เดือนเมษายนนี้
        นายลามีอดีตรัฐมนตรีการค้าของสหภาพยุโรปผู้นี้ ผ่านการศึกษาชั้นหัวกะทิระดับ "เจ้าคนนายคน" ของฝรั่งเศส มีความรอบรู้ทั้งทางเทคนิค การเมืองและนโยบาย เรียกได้ว่าหาตัวจับยากคนหนึ่ง แต่อาจโชคไม่ดีอยู่สักหน่อยที่เข้ามาเป็นผู้อำนวยการใหญ่ในจังหวะที่การเจรจาการค้าโลกประสบกับภาวะชะงักงัน ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของนายลามี และนายลามีเองก็พยายามผลักดันทุกวิถีทางแล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะสามารถปลุกการเจรจาให้ฟื้นคืนมาได้  WTO ในขณะนี้จึงเหลือเพียงกลไกการระงับข้อพิพาทที่ยังคงเดินหน้าต่อไปและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นระบบระงับข้อพิพาทเดียวที่บังคับให้สมาชิกทุกประเทศรับอำนาจ คือต้องไปแก้ต่างเมื่อถูกฟ้อง ต้องปฏิบัติตามคำตัดสิน และมีมาตรการลงโทษในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติ ต่างจากระบบของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไปเลยครับ
        ที่ผ่านมา กลไกการระงับข้อพิพาทของ WTO ทำงานได้ดี สามารถแก้ปัญหาทางการค้าใหญ่ ๆ ของโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้ากล้วยระหว่างประเทศแถบอเมริกากลางกับสหภาพยุโรป การอุดหนุนการผลิตเครื่องบินพลเรือนขนาดเล็ก-กลาง ระหว่างแคนาดากับบราซิล หรือการอุดหนุนการผลิตเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพยุโรปกล่าวคือปัญหาพิพาทระหว่างโบอิ้งกับแอร์บัส โดยในช่วงที่นายลามีเป็นผู้อำนวยการใหญ่ นายลามีให้ความสำคัญต่อการระงับข้อพิพาทของ WTO เป็นอย่างมาก และลงมาดูแลเองในแทบทุกกรณี 
        ผมเห็นว่า ผู้อำนวยการใหญ่คนต่อไปควรให้ความสำคัญต่อกลไกระงับข้อพิพาทของ WTO ต่อไป ขณะเดียวกันก็จะมีงานหนักในการผลักดันให้การเจรจาการค้าในเวที WTO มีความเคลื่อนไหวให้ได้ ซึ่งท่านผู้อ่านอาจมองว่าน่าจะเป็นงานหนักอยู่ไม่น้อย แต่ก็มีผู้สนใจตำแหน่งนี้เป็นจำนวนมากครับ โดยมีผู้สมัครถึง 9 รายจากทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก คือ กานา คอสตาริกา อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เคนยา จอร์แดน เม็กซิโก เกาหลีใต้และบราซิล  โดย 7 คนเป็นผู้สมัครระดับรัฐมนตรี และ 2 คน คือจากเคนยา และบราซิล เป็นนักเจรจาระดับเอกอัครราชทูตที่มีประสบการณ์ในวงการ WTO มายาวนาน
        จะเห็นได้ว่ามีผู้สมัครจากประเทศพัฒนาแล้วเพียง 1 คน แถมยังเป็นประเทศที่เคยได้ตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ WTO ไปแล้วด้วย คือ นิวซีแลนด์ ซึ่งเคยส่งนายไมค์ มัวร์ ลงสมัครและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ก่อน ดร. ศุภชัย ของไทย ดังนั้น จึงมีผู้คาดการณ์ว่าผู้อำนวยการใหญ่ WTO คนต่อไปน่าจะเป็นคนจากประเทศกำลังพัฒนา และมีการคาดการณ์ต่อไปอีกว่าน่าจะเป็นผู้ที่มาจากภูมิภาคลาตินอเมริกาหรือแอฟริกา เนื่องจากเอเชียเคยได้ตำแหน่งนี้ไปแล้วในคราวของไทย 
        อย่างไรก็ดี มีผู้สมัครจากภูมิภาคลาตินอเมริกาถึง 3 ประเทศ คือ คอสตาริกา เม็กซิโกและบราซิล จึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ภูมิภาคนี้จะผลักดันผู้สมัครคนใดคนหนึ่งร่วมกัน ขณะที่ทวีปแอฟริกาก็มีผู้สมัคร 2 คน คือจากกานาและเคนยา อดีตรัฐมนตรีการค้าของกานาค่อนข้างจะออกตัวดีเนื่องจากประกาศก่อนและได้ผลักดันให้สหภาพแอฟริกา ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิกเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาทั้งหมด สนับสนุนตนเป็นผู้สมัครของแอฟริกา ซึ่งเคนยาก็ไม่ได้พอใจนัก 
        การเลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่ WTO ในครั้งนี้จึงน่าสนใจอยู่ไม่น้อย สมาชิก WTO จะต่อรองกันอย่างไร เมื่อคำนึงว่าผู้อำนวยการใหญ่จะเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานของ WTO ในอนาคต ใครจะเป็นผู้รับเลือกและจะส่งผลต่อไทยอย่างไร อย่าลืมนะครับ ไทยเราเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอันดับที่ 24 ของโลก เศรษฐกิจเราขึ้นกับการส่งออกอย่างมาก น่าติดตามครับ

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,817 วันที่   10 - 13  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 2214 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*