เมื่อวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ร่วมกันจัดเวที "สื่อมวลชนกับการปฏิรูปประเทศไทย" ขึ้น
โดยมีน.พ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป(คสป.) มาบรรยายเปิดประเด็นสนทนา และน.พ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ คณะทำงานวิชาการ คสป. มาบรรยายสรุปความคืบหน้าการทำงานของคสป.
เวทีนี้มีตัวแทนสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ เกือบครึ่งร้อยเข้าร่วมระดมความเห็น ถึงบทบาทของสื่อกับการขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะต่อไป
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยขึ้น หลังเหตุร้ายแรงการชุมนุมราชประสงค์ ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ที่ประมวลความเห็นทางวิชาการ ทำงานเสร็จและปิดตัวไปแล้ว ส่วนชุดสมัชชาปฏิรูปที่เป็นการระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศนั้น ยังทำงานต่อเนื่องแม้เปลี่ยนเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ก็จะครบวาระการทำงาน 30 มิถุนายนที่จะถึงนี้
ข้อสรุปหลักของการที่เมืองไทยตกอยู่ในวงจรปัญหาที่หนักหน่วงขึ้นทุกขณะและแก้ไม่ตก มีเหตุมาจากโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์ ก่อให้เกิดความอยุติธรรมและสร้างสังคมที่เหลื่อมล้ำ
อำนาจรวมศูนย์ทำให้เกิดปัญหาสำคัญของชาติ ทั้งชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ เกิดความขัดแย้งของอำนาจกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ระบบราชการอ่อนแอ คอร์รัปชันสูง แก่งแย่งเข้าสู่อำนาจการเมือง เพราะชนะแล้วกินรวบ จนถึงเปิดช่องให้รัฐประหารได้ง่าย
หมอประเวศย้ำว่า ถ้ามองที่อำนาจรวมศูนย์และมุ่งแก้ข้างบน จะแก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้และหมดหวัง แต่ถ้าไปดูการทำงานในระดับข้างล่างของชุมชนและกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างหลากหลาย จะเห็นถึงศักยภาพในการแก้ปัญหาของตนเอง และมีความหวัง
และระหว่างการทำงานร่วมกันอยู่นี้ กระบวนการแลกเปลี่ยน ประสาน ถักทอ เกิดการเรียนรู้และการแก้ปัญหาของตนเองก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดการรวมแก้ปัญหาจัดการตนเองในหลากหลายพื้นที่ เช่น เชียงใหม่จัดการตนเอง ที่อำนาจเจริญมีการยกร่างธรรมนูญการจัดการตนเอง และกำลังกระจายไปหลากหลายพื้นที่ โดยไม่ยุ่งกับเรื่อง"อำนาจ" แต่เป็นการสร้างประชาธิปไตยจากฐานราก
ทั้งนี้ ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น และประมวลเป็นมติสมัชชาปฏิรูประดับชาติ 3 ครั้ง รวม 21 ประเด็นปัญหา โดยทั้งหมดมุ่งสู่การเพิ่มพลังพลเมือง สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ อาทิ ประเด็นปัญหาจัดสรรทรัพยากรที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เรื่องการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง ปฏิรูประบบประกันสังคม สร้างหลักประกันชีวิตคนไทย ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ แก้ปัญหาคอร์รัปชัน ฯลฯ
หมอประเวศย้ำว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นกับดักของปัญหา การสื่อสารและการกระจายข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้รับรู้อย่างทั่วถึงพร้อมเพรียง เป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะสร้างการเรียนรู้ร่วมกันทั้งประเทศ สังคมจึงจะบูรณาการและสร้างสมดุลได้อย่างยั่งยืน
หมอประเวศกล่าวด้วยว่า แท้จริงแล้วกระบวนการทำงานของกลุ่มคนภาคประชาสังคมได้ทำกันมาก่อนหน้านานแล้ว เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ตั้งเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ฝ่ายตรงข้ามพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ยอมรับ และย้ำว่า จะเป็นศัตรูกับ คปส.ไม่เป็นไร แต่ขออย่าเป็นศัตรูกับเป้าหมายสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ
จะชื่อ"ปฏิรูป" หรือชื่ออื่นใด หรือกระทั่งไม่ต้องมีชื่อเรียกขาน แต่เราเคลื่อนมาถึงจุดที่ต้องพิสูจน์แล้วว่า จะสามารถแก้ปัญหาร่วมกันออกไปได้หรือไม่แล้ว ณ เวลานี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,816 วันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




