กระทรวงพลังงาน ดึงเงินกองทุนน้ำมันฯอุ้มแอลพีจีกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 4 พันล้านบาทต่อปี ยันไม่ผิดวัตถุประสงค์ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการใช้เงิน ชง กพช.เร็วๆนี้ แก้คำสั่งนายกรัฐมนตรีนำเงินออกมาใช้ใหม่ คาดหากปรับราคาเม.ย.นี้ได้
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล กองทุนน้ำมันฯที่ติดลบ 1.5 หมื่นล้านบาทกลับมาเป็นบวกได้ภายในปีนี้
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"กรณีที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะปรับราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีภาคครัวเรือนขึ้นไปเป็น 24.82 บาทต่อกิโลกรัม จาก 18.13 บาทต่อกิโลกรัม และภาคขนส่งปรับขึ้นไป 24.82 บาทต่อกิโลกรัมจาก 21.38 บาทต่อกิโลกรัม ที่คาดว่าจะดำเนินการทยอยปรับได้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้เป็นต้นไปนั้น เชื่อว่าจะทำให้ภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากที่ต้องนำมาชดเชยส่วนต่างราคาแอลพีจีปีละประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือเพียงประมาณ 3-4 พันล้านบาทต่อปี หรือเป็นการนำมาช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาทิ กลุ่มผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ซึ่งแนวทางเบื้องต้นจะนำเงินช่วยเหลือขั้นต่ำประมาณ 6 บาทต่อกิโลกรัม ไปบวกในบิลค่าไฟฟ้าทุกเดือน ขณะที่แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย จะใช้เป็นบัตรชดเชยราคาก๊าซแอลพีจี
ทั้งนี้ การปรับราคาก๊าซแอลพีจีขึ้นไป นอกจากจะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ที่ติดลบอยู่เวลานี้ 1.558 หมื่นล้านบาทแล้ว จะสามารถกลับมาเป็นบวกได้ภายในปีนี้ ยังเป็นธรรมสำหรับผู้ใช้น้ำมันด้วย เพราะเมื่อไม่ต้องเก็บเงินมาชดเชยราคาก๊าซแอลพีจีแล้ว จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงด้วย
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า แนวทางการปรับขึ้นราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งภายหลังจากการที่ได้ข้อมูลการสำรวจฐานข้อมูลกลุ่มผู้ที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือแล้ว จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาแอลพีจี ที่มีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อพิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือ หลังจากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ต่อไป
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯต้องชดเชยส่วนต่างราคานำเข้าก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ประมาณ 2-3 พันล้านบาทต่อเดือน หากสามารถทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีทุกภาคส่วนแล้ว เชื่อว่าจะลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้มาก ซึ่งรูปแบบการชดเชยนั้นในแต่ละกลุ่มจะช่วยเหลือไม่เท่ากัน ขณะนี้ สนพ.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในการจัดทำ "โครงการจัดทำฐานข้อมูลร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร และครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้"เพื่อรองรับการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซแอลพีจีแล้ว
ส่วนกรณีที่มองว่าการนำเงินกองทุนน้ำมันฯเพื่อมาช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จะผิดวัตถุประสงค์ในการใช้เงินของกองทุนน้ำมันฯหรือไม่นั้น ในส่วนนี้ขอยืนยันว่าจะไม่เป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเป็นการนำเงินมาอุดหนุนราคา แต่ครั้งนี้เป็นการช่วยลดภาระประชาชนที่มีรายได้น้อยหรือเป็นการชดเชยให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยแทน และใช้เงินในจำนวนที่น้อยลง เพียงแต่ว่ารูปแบบการจ่ายเงินโดยตรงให้กับประชาชนยังไม่สามารถทำได้ เพราะจะต้องมีการแก้คำสั่งนายกรัฐมนตรีก่อน จากปัจจุบันมีเพียงการจ่ายเงินให้กับผู้ค้าและผู้นำเข้าก๊าซแอลพีจีเท่านั้น ซึ่งต้องเสนอที่ประชุม กพช. เพื่อพิจารณาแก้ไขต่อไป
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวโน้มราคาก๊าซแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ สนพ.ยังตรึงราคาไว้ในระดับเพดานสูงสุดที่ 30.13 บาทต่อกิโลกรัม ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 (กันยายน 2555-กุมภาพันธ์ 2556) เนื่องจากราคาแอลพีจีในตลาดโลกยังทรงตัวระดับสูงที่ 910 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน หรือเท่ากับราคา 39.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาหน้าโรงกลั่นของไทยอยู่ที่ 32.21 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามการตรึงราคาแอลพีจีดังกล่าว เป็นไปตามมติ กพช. ที่กำหนดเพดานให้ปรับขึ้นสูงสุดได้ไม่เกิน 30.13 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนปริมาณการนำเข้าก๊าซแอลพีจีในปี 2556 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.5 แสนตันต่อเดือน เทียบกับปีก่อนที่มีปริมาณนำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.44 แสนตันต่อเดือน โดยสาเหตุที่การนำเข้าก๊าซแอลพีจีในปีนี้เติบโตขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกระทรวงพลังงานมีการรณรงค์ให้ประชาชนประหยัด รวมทั้งมีมาตรการควบคุมการใช้แอลพีจีผิดประเภท
รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า โครงการดังกล่าวกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดทำสำมะโนร้านค้า หาบเร่ แผงลอยและร้านอาหารที่ใช้ก๊าซแอลพีจีในการประกอบอาหาร และครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ทั่วประเทศ 77 จังหวัด ประกอบด้วย ร้านค้าที่ใช้ก๊าซในการประกอบอาหารมีพื้นที่ไม่เกิน 50 ตารางเมตร และขนาดของถังก๊าซที่ใช้ต้องไม่เกิน 15 กิโลกรัม ,หาบเร่ แผงลอยอาหารที่ใช้ก๊าซในการประกอบอาหาร จะต้องมีขนาดถังก๊าซที่ใช้ไม่เกิน 15 กิโลกรัม และครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เป็นครัวเรือนที่อยู่ในเขตเทศบาลที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,816 วันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




