เผยปีนี้เตรียมส่งออกสิงคโปร์-กัมพูชา-ลาวเพิ่ม ตั้งเป้ายอดขายน้ำตาลในตลาดเอเชียในช่วง 1-2 ปีนี้ เติบโต 20% จากปีก่อนที่มียอดขายกลุ่มผู้บริโภคอยู่ที่ 2 หมื่นตันต่อปี ยันค่าบาทแข็งไม่กระทบรายได้ ทำประกันความเสี่ยงไว้แล้ว
นางอัมพร กาญจนกำเนิด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด กลุ่มบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะขยายยอดส่งออกน้ำตาลในตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่จะมีผลในปี 2558 ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมทำแผนการตลาดเพื่อขยายตลาดไปสู่กลุ่มผู้บริโภคในประเทศสิงคโปร์ กัมพูชา และ สปป.ลาว เพิ่มขึ้น โดยจะเน้นการสร้างแบรนด์ "มิตรผล" เพื่อให้เป็นที่รู้จักของตลาดเอเชีย จากปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกน้ำตาลไปยังประเทศดังกล่าวแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะส่งไปขายให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นหลัก
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าความต้องการบริโภคน้ำตาลในตลาดเอเชียยังมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยที่ผ่านมาส่งออกน้ำตาลไปยังตลาดเออีซีแล้วประมาณ 5 แสนตันต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 40-50% ของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้าในช่วง 1-2 ปีนี้ จะมียอดขายในตลาดดังกล่าวเพิ่มขึ้น 10-20% ต่อปี อย่างไรก็ตามหากเออีซีเกิดขึ้นจะทำให้ประเทศไทยมีความได้เปรียบ เนื่องจากเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำตาลอันดับสองของโลก รองจากบราซิล ซึ่ง จะทำให้ภาษีนำเข้าลดลงเหลือ 0% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 35%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาษีนำเข้าจะลดลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการนำเข้าของแต่ละประเทศด้วยว่าจะมากน้อยเพียงใด เนื่องจากบางประเทศอาจจะกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อกีดกันการนำเข้าสินค้า ทั้งนี้บริษัทก็ยังมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น โดยยังมีความสนใจที่จะขยายตลาดอื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ พม่า และมาเลเซีย โดยการวางแผนการตลาดจะเน้นดำเนินการในรูปแบบเดียวกับประเทศไทย โดยเน้นที่คุณภาพสินค้าเป็นหลัก
นางอัมพร กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมตลาดน้ำตาลในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 5-7% จากปีก่อน โดยการบริโภคอยู่ที่ 2.4-2.5 ล้านตันต่อปี เทียบกับปีก่อนที่ 2.3 ล้านตันต่อปี เนื่องจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกันปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้การบริโภคอาหารมากขึ้นตามด้วย อย่างไรก็ตามปัจจัยที่น่าจับตาในปีนี้ก็ยังเป็นเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งยอมรับว่าทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะกระทบต่อรายได้ของบริษัทประมาณ 1% แต่บริษัทก็ทำประกันความเสี่ยงไว้แล้ว จึงไม่กระทบต่อรายได้มากนัก โดยในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 3.8-4 หมื่นล้านบาท
"ในปีนี้คาดว่ายอดขายน้ำตาลของบริษัทจะเติบโตขึ้นทั้งตลาดในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทขายในประเทศ 30% ส่วนที่เหลือส่งออก ซึ่งบริษัทมีแนวทางจะเจาะกลุ่มผู้บริโภคในตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันโรงงานน้ำตาลที่ออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทเข้าไปซื้อกิจการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีทั้งหมด 4 โรง จะช่วยเพิ่มยอดขายด้วย"
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 18-20 เซ็นต์ต่อปอนด์ เทียบกับปีก่อนที่ 24 เซ็นต์ต่อปอนด์ เนื่องจากยังมีปริมาณส่วนเกินน้ำตาลในตลาดโลก 7-8 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำตาลอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามประเทศผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ อาทิ บราซิล และอินเดียก็ผลิตน้ำตาลได้น้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากภาวะภัยแล้ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,816 วันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




