นักวิเคราะห์แนะแบล็คเบอร์รี่ที่เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน ให้เดินหน้ารุกตลาดอย่างหนักในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่สำคัญ คือ อินเดียและอินโดนีเซีย ด้วยการวางจำหน่ายอุปกรณ์ราคาถูกสำหรับลูกค้าระดับโลว์เอนด์
หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ระบุว่า แบล็คเบอร์รี่สามารถสร้างฐานลูกค้าในอินเดียและอินโดนีเซียได้เป็นจำนวนหลายล้านราย ด้วยการจำหน่ายสมาร์ทโฟนในราคาถูกพร้อมแพ็กเกจบริการที่มีราคาต่ำถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 60 บาท) ต่อเดือน ดังนั้นนักวิเคราะห์จึงมองว่า สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด Z10 ที่แบล็คเบอร์รี่นำออกมาเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเครือข่ายในอินเดียคาดว่าจะจำหน่ายในราคาประมาณ 750 ดอลลาร์สหรัฐฯ (22,500 บาท) จะไม่เป็นที่ดึงดูดใจสำหรับฐานลูกค้าที่แบล็คเบอร์รี่จำเป็นต้องเจาะเข้าไปให้ถึง ถ้าต้องการสร้างตลาดในสองประเทศดังกล่าว
"เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่เพียงอินเดียและอินโดนีเซียจะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก แต่ในแง่ของโอกาสการเติบโตของสมาร์ทโฟนแล้ว ทั้งสองอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูงที่สุด แต่อุปกรณ์สองรุ่นที่เปิดตัวออกมาไม่เข้ากับความต้องการของตลาดทั้งสอง" เมลิซซา เชา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัยของบริษัทวิจัยไอดีซีในสิงคโปร์ กล่าว
แม้ว่าแบล็คเบอร์รี่จะไม่จำแนกยอดขายของแต่ละประเทศ แต่ข้อมูลจากไอดีซีชี้ว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดนอกสหรัฐฯ และอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดของแบล็คเบอร์รี่เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่อินเดียเป็นตลาดลำดับที่ 9
ข้อมูลจากเอบีไอ รีเสิร์ช ระบุว่า อุปกรณ์ของแบล็คเบอร์รี่มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของสมาร์ทโฟนที่จำหน่ายในอินโดนีเซียในปี 2555 เทียบกับส่วนแบ่งของอุปกรณ์แบล็คเบอร์รี่ในตลาดโลกที่มีอยู่เพียง 5.3% ส่วนในอินเดียซึ่งเป็นตลาดโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน แบล็คเบอร์รี่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 รองจากซัมซุงและโนเกีย
ทั้งในอินเดียและอินโดนีเซีย อุปกรณ์ของแบล็คเบอร์รี่สามารถดึงดูดใจผู้ใช้อายุน้อยด้วยราคาเครื่องที่ถูกและฟังก์ชันแบล็คเบอร์รี่ เมสเสจจิ้ง เซอร์วิส (BBM) ที่เปิดโอกาสให้ส่งข้อความถึงกันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเกือบทุกเครือข่ายมีจำหน่ายบริการของแบล็คเบอร์รี่ อาทิเช่น เครือข่ายอาซีอาต้า (Axiata) ของอินโดนีเซีย มีผู้ใช้บริการแบล็คเบอร์รี่เพิ่มขึ้น 45% ในช่วงปีงบประมาณก่อน หลังจากจำหน่ายแพ็กเกจในราคาเพียงประมาณ 6 บาทต่อวัน
อย่างไรก็ดี แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงไป หลังจากแอพพลิเคชันที่แชตได้ข้ามระบบปฏิบัติการ เช่น วอตส์แอพ (WhatsApp) ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งอุปกรณ์ระบบแอนดรอยด์ราคาถูกมีเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ความน่าดึงดูดของอุปกรณ์แบล็คเบอร์รี่มีลดน้อยลงไป
ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ในตลาดระดับบนก็ลดความสนใจที่มีต่ออุปกรณ์แบล็คเบอร์รี่ลงเรื่อยๆ เนื่องจากภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่ากลายมาเป็นแบรนด์ระดับโลว์เอนด์ "เมื่อมีการวางจำหน่ายอุปกรณ์ราคาถูกลง มันทำให้ความมีเสน่ห์เย้ายวนใจของแบรนด์ลดน้อยลงในสายตาชาวอินโดนีเซียจำนวนมากที่ยังให้ความสำคัญกับสถานะ" อง ฮอก ชวน ที่ปรึกษาด้านโทรคมนาคมในอินโดนีเซีย ให้ความเห็น
ในขณะที่แบล็คเบอร์รี่ยังเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งในอินโดนีเซียในไตรมาส 2 ของปี 2555 ซึ่งเป็นไตรมาสล่าสุดที่มีข้อมูลส่วนแบ่งตลาด แต่ข้อมูลจากไอดีซีแสดงให้เห็นว่า แอนดรอยด์ก้าวขึ้นมาเป็นระบบปฏิบัติการที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด ซึ่งไอดีซีให้เหตุผลว่า ส่วนหนึ่งมาจากความล่าช้าในการนำสมาร์ทโฟนระบบแบล็คเบอร์รี่ 10 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดออกวางตลาด โดยเป็นที่คาดหมายว่าแบล็คเบอร์รี่ Z10 จะวางตลาดในอินเดียช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ และในอินโดนีเซียราวกลางเดือนมีนาคม
อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ใช้กล่าวว่า ปัญหาของบริการแบล็คเบอร์รี่และความคิดที่ว่าแบรนด์แบล็คเบอร์รี่สูญเสียความหรูหราบางส่วนไป จะกลายมาเป็นอุปสรรคที่ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่น คือ Z10 และ Q10 ขายได้ยากแม้แต่ในกลุ่มผู้ใช้ระดับไฮเอนด์ ฮัสนัล ซูไฮมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือข่ายอาซีอาต้ากล่าวว่า จะขึ้นอยู่ที่ว่าแบล็คเบอร์รี่ 10 ทำผลงานได้ดีเพียงใด โดยถ้าสามารถแก้ปัญหาของระบบที่เคยเกิดขึ้น ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ
เพื่อเป็นการรับมือกับปัญหาดังกล่าว นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า แบล็คเบอร์รี่จำเป็นต้องนำอุปกรณ์ราคาถูกลงออกมาเปิดตัวโดยเร็ว เมื่อปีก่อนแบล็คเบอร์รี่นำอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบสำหรับผู้ใช้ในตลาดอินเดียและอินโดนีเซียโดยเฉพาะออกมาวางจำหน่าย
"Z10 เป็นอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์และอินเดียไม่ใช่ตลาดสำหรับราคาดังกล่าว เราไม่รู้ว่าจะมีอุปกรณ์อะไรมาที่นี่ แต่ผมคาดหวังว่าแบล็คเบอร์รี่จะวางจำหน่ายโมเดลอื่นๆ ในตลาดอินเดียซึ่งจะช่วยให้พวกเขารุกตลาดได้ดีขึ้น" อันชัล กุปต้า นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ในเมืองมุมไบ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,816 วันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




