นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย ของสเปน เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากการรัดเข็มขัดอย่างหนักส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในภาวะถดถอยรุนแรงขึ้น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เศรษฐกิจสเปนหดตัว 0.7% ในไตรมาส 4 ของปีก่อนจากไตรมาส 3 ซึ่งทำให้ไตรมาสดังกล่าวเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจหดตัวหนักที่สุดในรอบปี เนื่องจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนได้รับผลกระทบจากการลดค่าใช้จ่ายของรัฐและอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของสเปนสะท้อนว่า แม้สถานการณ์ของสเปนในตลาดพันธบัตรจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่รัฐบาลยังต้องเผชิญกับงานหนักในการปรับโครงสร้างสถานะทางการเงินของประเทศให้มีความยั่งยืนในขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ "ตัวเลขจีดีพีที่ย่ำแย่เป็นการย้ำเตือนว่าบรรยากาศในตลาดการเงินและเศรษฐกิจที่แท้จริงของสเปนและประเทศยุโรปใต้ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน" นิโคลัส สไปโร จากสไปโร โซเวเรน สแทรทิจี กล่าว
มาริอาโน ราฮอย ด้านนายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ได้มีการวางแผนเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะรวมถึงการลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการ โดยการประกาศของนายราฮอยเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางจากนโยบายสนับสนุนการรัดเข็มขัดที่รัฐบาลของนายราฮอยยึดปฏิบัติมาตั้งแต่เข้าบริหารประเทศในเดือนธันวาคม 2554 กระนั้นนักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสเปนได้มากนัก เนื่องจากสเปนยังเดินหน้าตามแผนลดงบประมาณ
"สิ่งที่ขาดหายไปยังคงเป็นการเติบโต รัฐบาลสเปนติดอยู่ระหว่างกลาง และไม่มีช่องทางให้บริหารจัดการทางการเงินมากนัก แม้ว่าจะผ่อนคลายนโยบายลงเล็กน้อยก็ตาม" สไปโรให้ความเห็น
สเปนได้รับการยืดเวลาออกมาแล้วหนึ่งปีจนถึงปี 2557 เพื่อปฏิบัติให้ได้ตามข้อตกลงที่ประเทศในยุโรปตกลงร่วมกันว่าจะลดการขาดดุลให้ได้เท่ากับ 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายโอลลี เรห์น คณะกรรมาธิการฝ่ายเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า สามารถยืดเวลาในการลดการขาดดุลให้ได้ตามเป้าหมายออกไปได้อีกถ้าพบว่าสภาพเศรษฐกิจเลวร้ายลง
ความต้องการในตลาดพันธบัตรจากนักลงทุนที่อยู่ในระดับสูงช่วยให้สเปนประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นจำหน่ายพันธบัตรของปี 2556 อย่างไรก็ดี การเริ่มต้นในตลาดพันธบัตรที่ดี ซึ่งช่วยลดแรงกดดันที่นายราฮอยจะต้องขอรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ กลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะอ่อนแอและเป็นที่คาดหมายว่าจะเป็นไปในลักษณะดังกล่าวอีกระยะหนึ่ง
ธนาคารกลางสเปนกล่าวว่า การกลับเข้ามาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสเปนของนักลงทุนต่างชาติไม่ส่งผลต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศ ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ไม่ว่าพันธบัตรรัฐบาลสเปนจะขายได้ดีเพียงใด แต่จะเป็นการยากที่สเปนจะก้าวพ้นจากหนี้ก้อนโตที่ทำให้สเปนกลายมาเป็นศูนย์กลางของวิกฤติยูโรโซน
เศรษฐกิจสเปนกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 หลังจากเกิดฟองสบู่แตกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และยังไม่สามารถพาเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้เนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะในระดับสูง มาตรการลดค่าใช้จ่ายของรัฐ และอัตราว่างงานที่พุ่งขึ้นถึง 26%
รัฐบาลสเปนคาดหมายว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายกล่าวว่า นั่นเป็นการมองในแง่ดีเกินไป "เศรษฐกิจถดถอยรุนแรงขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 และเราคาดหมายว่าเศรษฐกิจจะเผชิญกับภาวะที่คล้ายคลึงกันในไตรมาสแรกของปี 2556" ราห์ บาดิอานี จากไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ กล่าว พร้อมกับเสริมว่า เศรษฐกิจในปี 2556 และ 2557 แนวโน้มยังไม่ดีขึ้นจากเดิม โดยปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวยังคงเป็นผลกระทบจากวิกฤติการเงิน ประกอบกับปัญหาการว่างงาน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,815 วันที่ 3 - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




