ชงแผนลงทุนเอ็นจีวีปีนี้เฉียด 600 ล้านบาท ให้"เฮียเพ้ง"พิจารณาต้นก.พ.นี้ ก่อนไฟเขียวให้ปรับราคา ผุดสถานีลูกเพิ่มอีก 10-20 แห่ง พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตอีกกว่า 1 พันตันต่อวัน ด้านสนพ. เผยสั่ง ปตท.อัดแคมเปญต่อรองกลุ่มแท็กซี่กระจายตัวเติมเอ็นจีวีปั๊มอื่นพื้นที่ใกล้เคียง ลดการรอคิวนาน
นายชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ ปตท. อยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนลงทุนขยายสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ตามที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มอบหมายให้ไปดำเนินการวางแผนการก่อสร้างสถานีบริการเอ็นจีวีให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาการรอคิวนาน ก่อนที่จะมีการพิจารณาปรับราคาเอ็นจีวีขึ้นไปจากปัจจุบันอยู่ที่ 10.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยแผนดังกล่าวนี้จะเสนอผ่านสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ ในแผนระหว่างปี 2556-2558 ปตท.จะขยายสถานีบริการเอ็นจีวีเพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้จะเพิ่มสถานี 10 แห่ง และในปี 2557 เพิ่มอีก 10 แห่ง ซึ่งการขยายสถานีเอ็นจีวีได้น้อย เพราะยังไม่มีโครงการท่อก๊าซธรรมชาติเกิดใหม่ แต่ในปี 2558 จะมีการขยายสถานีแม่และสถานีลูกเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากท่อก๊าซธรรมชาติเส้นเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจะแล้วเสร็จ ส่งผลให้สามารถก่อสร้างสถานีแม่ตลอดแนวท่อก๊าซได้ ดังนั้นจึงมีความสามารถในการจ่ายก๊าซเอ็นจีวีไปยังสถานีลูกเพิ่มขึ้นได้
สำหรับในปี 2556 นี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 567 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีบริการเพิ่มอีกประมาณ 10 แห่ง และเพิ่มกำลังการผลิตเอ็นจีวีกว่า 1 พันตันต่อวัน เพื่อป้อนให้กับสถานีลูก รวมทั้งกำลังเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหารอคิวนาน โดยเฉพาะสถานีบริการที่รถแท็กซี่นิยมเติม จนทำให้มีจำนวนรถใช้บริการมากเกินไป ขณะที่ยังมีสถานีบริการเอ็นจีวีในพื้นที่ใกล้เคียงยังสามารถรองรับรถได้อีกมาก ดังนั้นแนวทางที่ ปตท.พิจารณาไว้คือ จะทำอย่างไรให้แท็กซี่กระจายไปใช้บริการสถานีเอ็นจีวีใช้พื้นที่ใกล้เคียง หรือจะลงทุนเปิดสถานีเอ็นจีวีใกล้ๆแทน
"การขยายสถานีบริการเอ็นจีวีในปี 2558 คงต้องรอท่อก๊าซเหนือและอีสานเสร็จก่อน จึงจะสามารถวางแผนลงทุนได้ และคงต้องให้คณะกรรมการบริหารอนุมัติงบลงทุนออกมาก่อน แต่คาดว่าจะสามารถกระจายครอบคลุมทุกจังหวัดอย่างแน่นอน เพราะมีท่อก๊าซเกิดขึ้น"
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจเอ็นจีวี ปตท.ยังต้องแบกรับการขาดทุนจากราคาขายที่ต่ำกว่าต้นทุน โดยในปีนี้คาดว่าจะต้องแบกรับขาดทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งราคาต้นทุนผลิตเอ็นจีวีของ ปตท. อยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม ต้องขายขาดทุนประมาณ 5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งยืนยันว่า ปตท.ไม่ได้กำหนดการขอปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี แต่เป็นการปรับขึ้นตามราคาต้นทุนที่สูงขึ้นจริง รวมทั้งระยะทางการขนส่งเอ็นจีวีด้วย
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม สำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี สนพ. กล่าวว่า สนพ.ได้สั่งให้ ปตท.ปรับปรุงแก้ไขแผนลงทุนธุรกิจก๊าซเอ็นจีวี ในส่วนของการให้บริการและลดการต่อคิวยาว โดยเฉพาะรถแท็กซี่ ซึ่งจะทำอย่างไรให้รถแท็กซี่ที่มาเติมสามารถกระจายไปเติมสถานีบริการเอ็นจีวีอื่นๆในพื้นที่ใกล้เคียงได้บ้าง ซึ่งอาจเป็นการออกแคมเปญเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยได้มอบหมายให้ ปตท.เร่งหาวิธีการบริหารจัดการให้แท็กซี่กระจายตัว
ขณะเดียวกันพบว่าปัญหาการให้บริการของสถานีบริการเอ็นจีวีส่วนใหญ่ จะถูกร้องเรียนว่าบริการช้าและก๊าซขาดแคลน ทั้งๆที่ความสามารถในการผลิตของ ปตท. ก็เกินความต้องการ โดยปัจจุบัน ปตท. มีกำลังการผลิตก๊าซเอ็นจีวีทั้งสถานีแนวท่อและสถานีลูกรวมอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นตันต่อวัน แต่ยอดขายอยู่ที่ 7 พันตันต่อวัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายังมีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในบางสถานี โดยเฉพาะสถานีแนวท่อก๊าซที่ยังมีความสามารถในการผลิต แต่ยังมีการใช้ไม่เต็มศักยภาพ
ดังนั้น ปตท.ต้องปรับกำลังการผลิตสถานีแม่ที่มีอยู่ในขณะนี้ให้มีกำลังป้อนสถานีลูกเพิ่มขึ้น รวมถึงรถขนส่งก๊าซจะทำอย่างไรให้เพียงพอต่อความต้องการในบางสถานีที่มีความต้องการใช้มากๆ ซึ่งในปี 2558 จะมีท่อก๊าซเกิดขึ้น ปตท. ต้องการให้เอกชนลงทุนสถานีบริการเอ็นจีวีแทน ซึ่งจะสามารถกระจายทั่วถึงมากกว่า ปตท. ลงทุนเอง ปัจจุบันสัดส่วนลงทุนสถานีบริการเอ็นจีวีเป็นในส่วนของ ปตท. ประมาณ 70% และอีก 30% เป็นเอกชน ซึ่งในปี 2558 คาดว่าสัดส่วนการลงทุนในส่วนของเอกชนจะเพิ่มเป็น 45% และ ปตท.เหลือ 55% ซึ่งจะสามารถลดปัญหาที่หลายฝ่ายมองว่า ปตท. ครองตลาดเอ็นจีวีได้ด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,815 วันที่ 3 - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




