ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ เจ้าของเชนร้านกาแฟพรีเมียมจากสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวโครงการรณรงค์ให้ลูกค้านำถ้วยกาแฟกระดาษกลับมาใช้ใหม่ในตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยทางร้านได้จำหน่ายถ้วยกาแฟชนิดสีขาวพิมพ์โลโกเขียวของร้านสตาร์บัคส์
คล้ายอย่างที่เราเห็นคุ้นตาในราคาย่อมเยาเพียงใบละ 1 ดอลลาร์ เป้าหมายก็เพื่อรณรงค์การลดขยะซึ่งเกิดจากถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้ง
ปลอกกระดาษกันร้อนมือรุ่นใหม่ของสตาร์บัคส์ ที่เปิดตัวกลางปี 2555 ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้เยื่อไม้ในการผลิตน้อยลงถึง 34 % นับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมเป็นต้นมา ร้านสตาร์บัคส์ในสหรัฐฯและแคนาดา ได้เริ่มวางจำหน่ายถ้วยกาแฟแบบที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้อีก โดยรูปลักษณ์ภายนอกของมันก็เหมือนกับถ้วยกาแฟสีขาวพิมพ์โลโกเขียวที่ร้านสตาร์บัคส์ใช้เสิร์ฟลูกค้าอยู่เป็นประจำ แต่ถ้วยใหม่ได้รับการออกแบบและผลิตให้ลูกค้านำกลับมาใช้ได้มากกว่า 1 ครั้ง และทุกครั้งที่นำกลับมาซื้อกาแฟในร้านสตาร์บัคส์ ลูกค้าก็จะได้รับส่วนลดค่ากาแฟ ซึ่งผู้บริหารของสตาร์บัคส์กล่าวว่า เมื่อใช้ถ้วยรีไซเคิลนี้ครบ 10 ครั้งก็คุ้มกับราคา 1 ดอลลาร์ที่จ่ายไปแล้ว
ถ้วยรีไซเคิล 1 ดอลลาร์ของสตาร์บัคส์ ก่อนหน้านี้ สตาร์บัคส์เคยถูกโจมตีว่าเป็นผู้ผลิตขยะรายใหญ่ของโลก เพราะเมื่อลูกค้าดื่มกาแฟหมดแล้วก็มักโยนถ้วยทิ้ง แต่บริษัทก็ทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อรณรงค์ลดขยะที่เกิดจากถ้วยกาแฟมาโดยตลอด เช่นการทำถ้วยพลาสติกและโลหะมาวางจำหน่ายภายในร้านเพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อไปใช้ และเมื่อนำมาซื้อกาแฟในร้านก็ได้รับส่วนลด แต่ราคาจำหน่ายถ้วยเหล่านั้น ก็ยังไม่เคยย่อมเยาเท่าถ้วย 1 ดอลลาร์ที่บริษัทผลิตออกมาจำหน่ายล่าสุด
จิม ฮันนา ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ เปิดเผยว่า ด้วยราคาที่ประหยัดเพียง 1 ดอลลาร์ จึงเชื่อว่าลูกค้าสามารถซื้อคนละใบสองใบโดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ ถ้วยดังกล่าวยังสามารถใช้ได้กับการซื้อกาแฟขนาดใหญ่ กลาง เล็ก เพราะด้านในของถ้วยมีขีดบ่งบอกความจุของกาแฟขนาดต่างๆเอาไว้แล้ว นอกจากนี้ ทุกครั้งก่อนเติมกาแฟให้ลูกค้า ทางร้านจะล้างถ้วยดังกล่าวด้วยน้ำเดือดอีกครั้งเพื่อความมั่นใจในเรื่องความสะอาด จากการทดลองใช้ในร้านสาขา 600 แห่งช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สตาร์บัคส์พบว่า อัตราการใช้ถ้วยรีไซเคิลภายในร้านเพิ่มขึ้น 26 % เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,815 วันที่ 3 - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556




