ปีนี้ นีเวีย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์ดังจากเยอรมนีจะมีอายุครบรอบการก่อตั้งเป็นเวลา 102 ปี แน่นอนว่าการผ่านระยะเวลาอันยาวนานมาได้จนถึงขนาดนี้ย่อมสะท้อนถึงความสำเร็จและคุณภาพของตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี แต่บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟฯ
รูปโฉมใหม่ของผลิตภัณฑ์นีเวีย ผลงานการออกแบบของอีฟส์ บีฮาร์ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์นีเวีย ก็เชื่อว่าถึงเวลาต้องปรับโฉมครั้งใหญ่เพื่อให้นีเวียเป็นแบรนด์ที่ไม่แก่หรือตกยุค ดังนั้นในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาที่แบรนด์นีเวียมีอายุครบ 100 ปี บริษัทได้มอบหมายให้อีฟส์ บีฮาร์ (Yves Behar) นักออกแบบหนุ่มชื่อดัง เจ้าของบริษัทออกแบบ ฟิวส์โปรเจคท์ (Fuseproject) มารับหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของนีเวีย ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดตัวออกสู่ตลาดตั้งแต่ต้นปีนี้
โจทย์ที่บีฮาร์ได้รับมาก็คือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่โดยย้อนกลับไปสู่รากเหง้าสุดคลาสสิกที่มีมากว่าศตวรรษเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ ผลลัพธ์คือบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยฝาปิดที่ถอดรูปลักษณ์มาจากตลับโลหะสีน้ำเงินทรงกลมแบนของครีมนีเวีย และตัวอักษรสีขาวแบบโบราณย้อนยุคบนพื้นน้ำเงิน ดีไซน์อื่นๆนอกเหนือจากนี้ก็เป็นการต่อยอดจากเอกลักษณ์ที่โดดเด่นดังกล่าว ฝาปิดของทุกๆผลิตภัณฑ์เป็นสีน้ำเงินพิมพ์ตัวนูนโลโกนีเวีย
พัฒนาการโลโกนีเวีย บีฮาร์ยอมรับว่าการนำตำนานกว่าร้อยปีของนีเวียมาคลี่คลายเป็นงานออกแบบที่ร่วมสมัยและยังสื่อถึงอนาคตที่จะเติบโตต่อไป นับเป็นโจทย์ที่ท้าทาย "พวกเราตัดสินใจร่วมกันว่าผลงานที่ออกมาจะต้องสามารถบอกเล่าเรื่องราวด้วยตัวของมันเอง และควรจะทำได้มากกว่าการบอกเล่าผ่านงานโฆษณาหรือกิจกรรมการตลาด" และหากจะสังเกตโลโกใหม่ ก็จะเห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยแต่ยังคงรูปแบบอักษรที่เรียบง่ายสีขาวแบบที่เคยใช้บนฝาตลับครีมโลหะของนีเวียมาเนิ่นนานปี บีฮาร์ออกแบบให้ขวดโลชันรุ่นใหม่มีรูปทรงคล้ายขวดนมสดแบบโบราณ แต่มีปากขวดเทเอียงเล็กน้อยเพื่อให้เห็นฝาขวดที่บรรจงออกแบบใหม่พร้อมโลโกตัวนูนอย่างชัดเจน
ไม่เพียงรูปโฉมที่มองเห็นด้วยตา บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ของนีเวียยังเลือกใช้วัสดุในการผลิตที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และยังใช้วัสดุน้อยลงโดยภาพรวมถึง 15% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ เป็นไปตามนโยบายของไบเออร์สด๊อรฟที่มีเป้าหมายลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต
พัฒนาการโลโกนีเวีย นักวิจารณ์กล่าวว่า รูปโฉมใหม่ของนีเวียสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็ให้ความสดใหม่ นับเป็นดีไซน์ที่พอดีๆ ไม่มากเกินไปและก็ไม่น้อยจนเกินไป นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แต่เรียบง่าย ซึ่งอาจจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการชุบชีวิตชีวาให้กับแบรนด์ที่ยืนยงมายาวนานหลายปีและมีจุดแข็งที่ต้องคงไว้ อาศัยการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเพื่อขับให้จุดแข็งที่มีอยู่แล้วกลับมาเจิดจรัสยิ่งขึ้นเท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,812 วันที่ 24 - 26 มกราคม พ.ศ. 2556




