หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home ฐ.Blogger อรุณ ลอตระกูล สมานฉันท์สู้'บาทแข็ง'

สมานฉันท์สู้'บาทแข็ง'

พิมพ์
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

altประเดิมรับศักราชใหม่ 2556 กันทันที กับกระแส"ดอลลาร์ร้อน"ที่ทะลักเข้าเมืองไทยต่อเนื่อง จนกดดันค่าบาทหลุดกรอบอัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันพุธที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

    มีการคำนวณดูแล้วพบว่า เงินบาทตอนนี้แข็งค่าสูงสุดในรอบ 16 เดือน
    จากต้นปีมา 17 วัน เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นแล้ว 2.69%  ทำสถิติการแข็งค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน
    เมื่อบาทแข็งวงการส่งออกก็จับตามองเขม็ง เพราะเท่ากับสินค้าไทยที่จะส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศที่ตกลงซื้อขายกันเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ  จะมีราคาแพงขึ้นทันทีโดยเปรียบเทียบ
    ที่เจ็บหนักคือ กลุ่มสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก เพราะซื้อหามาด้วยเงินบาทล้วน ๆ แล้วขายไปในสกุลดอลลาร์
    ส่วนสินค้าที่สั่งวัตถุดิบนำเข้ามาผลิตหรือมาประกอบมีช่องผ่อนแรงกระทบ เพราะเมื่อซื้อเข้ามาเป็นดอลลาร์ก็ได้อานิสงส์มีราคาถูกลงโดยเปรียบเทียบเช่นกัน
    วงการผู้ส่งออกจึงเฝ้าจับตา และขีดเส้นไว้ว่าขอให้ค่าบาทอย่าหลุดกรอบ 29 บาทต่อดอลลาร์ลงไปอีก เพราะจะแบกไม่ไหว ถ้าจะถึงขีดนั้นขอให้ทางการใช้มาตรการด้วย
    เรื่องค่าบาทโผล่เป็นข่าวร้อนเป็นระลอก ที่หนักและยืดเยื้อสุดเห็นจะเป็นช่วงที่คุณธาริษา วัฒนเกส เป็นผู้ว่าการ ธปท. เพราะเป็นช่วงหลังวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ และคุณธาริษาก็เจอเสียงเรียกร้องให้แทรกแซงเพื่อรักษาค่าเงินบาทจนหูชา
    มายุคผู้ว่าการประสาร แม้เจอภาวะบาทแข็งอยู่บ้าง และยังไม่หนักหน่วงนัก มีแต่ระลอกนี้ที่ต้องจับตา ว่าจะหนักและยืดเยื้อแค่ไหน
    แต่น่าสังเกตว่าในสถานการณ์ "บาทแข็ง"เวลานี้มีบางอย่างเปลี่ยนไป
    ถ้าเป็นอดีตจะมีเสียงเข้ม ๆ จากรัฐมนตรีคลังหรือรัฐบาล ออกมาบอก "แบงก์ชาติต้องกดให้บาทอ่อน"  มีเสียงจากผู้ส่งออกโอดครวญ "บาทแข็งส่งออกตายแน่"
    แต่มาคราวนี้ถึงจะน่าเป็นห่วงกับบาทแข็งที่เร็วและแรง แต่ "สัญญาณ" จากรัฐมนตรีคลังต้องถือว่าน่ายินดี  ที่บอกเพียงให้ธปท.ช่วยดูแลอย่าให้ผันผวนมาก
    ด้านผู้ส่งออกก็ไม่มีความเห็นชนิด"ขีดเส้น" ว่าอัตราแลกเปลี่ยนต้องเท่านั้นเท่านี้ ทั้งที่ต้องบอกว่าหนัก เพราะเจอหลายเด้งพร้อมกัน
    แสดงถึงภาวะความรับรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ และเข้าใจสถานการณ์ในภาพรวมร่วมกัน
     ขณะเดียวกันหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ย้ำ ว่าเฝ้าระวังและเตรียมมาตรการรับมือระดับต่าง ๆ ไว้แล้ว ตั้งแต่ขั้นต่ำสุดถึงสูงสุด เพียงแต่สถานการณ์เวลานี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรงถึงขั้น"ควบคุมทุนไหลเข้า"  แต่ย้ำว่า ถ้าจำเป็นก็พร้อมใช้
    ถ้า"ประสานใจ"สู้ บาทแข็งก็ไม่น่ากลัวแล้ว

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,811  วันที่   20 - 23  มกราคม พ.ศ. 2556

 

Read : 1452 times

jL Poll Module1

เลิกคุมนร.ตัดผมสั้นแล้วยังต้องคุมเรื่อง”ทรง-ซอย”ไว้อีกไหม?


 

Poll (2)

จีนคิดค่าเช่าปีละ 30 ล้านบาทให้หลินปิงอยู่ต่อท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*