น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ตอนนี้หลายเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์หันมาพึ่งพาบล็อกเกอร์และผู้ใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายให้ช่วยรีวิวหรือเพียงแค่พูดถึงสินค้า หากมีผู้อ่านที่สนใจตามมาคลิกลิงก์ของร้านค้าและสั่งซื้อ
ทางร้านก็ยินดีจะจ่ายให้เป็นกอบเป็นกำเพื่อเป็นการสมนาคุณแก่บล็อกเกอร์หรือเจ้าของเพจที่เอาลิงก์ของร้านไปแปะไว้
ยกตัวอย่างกรณีของจูลี่ เมอเดรอส สาวทำงานบริษัทแมวมองตัวแทนจัดหานางแบบนายแบบในแมนฮัตตัน เธอมีเพจอยู่ในเว็บไซต์พินเทอเรสต์ (Pinterest) ซึ่งเป็นเสมือนกระดานหรืออัลบั้มภาพส่วนตัวเอาไว้แปะภาพสิ่งต่างๆตามความสนใจ และสำหรับจูลี่เธอมีคอลเลกชันภาพสินค้าที่เธอชื่นชอบ เช่น ลิปสติกและรองเท้าผ้าใบ นอกจากตัวเธอเองจะได้ดูภาพของสวยๆงามๆที่ตัวเองชื่นชอบแล้ว เพื่อนๆของเธอและคนอื่นๆยังเข้ามาดูภาพสินค้าเหล่านั้นได้ด้วย และถ้าหากพวกเขาอยากจะซื้อสินค้านั้นบ้าง นั่นก็เป็นช่องทางรายได้ของจูลี่ นอกจากนี้ เธอยังเขียนแนะนำสินค้าไว้ในเว็บไซต์บีโซ (www.beso.com) กิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้จูลี่มีรายได้เสริมในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 50 ดอลลาร์ หรือกว่า 1,500 บาท
นอกจากการเขียนถึงโดยบล็อกเกอร์และการรีวิวหรือวิจารณ์สินค้าหลังทดสอบใช้ซึ่งนำไปสู่การเรียกความสนใจและมีคนแห่ไปซื้อสินค้าตามคำบอกเล่านั้นๆแล้ว ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วไปที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ ก็ยังสามารถหารายได้เสริมจากการใช้สื่อดังกล่าวเป็นช่องทางบอกเล่าเก้าสิบเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่ตัวเองได้ไปประสบพบเจอมา แต่ผู้ประกอบการจะชอบมากกว่านั้นและมีรางวัลให้ตอบแทนหากการกล่าวถึงจะมีการโพสต์ลิงก์ของร้านค้าหรือบริษัทผู้ผลิตเอาไว้หน้าเพจนั้นด้วย เพื่อให้เพื่อนฝูงหรือคนที่อ่าน สามารถคลิกเข้าไปเพื่อหาข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมและสั่งซื้อ
มารี เองเกิล ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลการโฆษณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลการค้าแห่งรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา (เอฟทีซี) เปิดเผยว่า ผู้คนทุกวันนี้ยอมรับมากขึ้นว่า เนื้อหาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นทางอินเตอร์เน็ตนั้นใช่ว่าจะปราศจากการแอบแฝงประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากและมีเพียงเส้นแบ่งบางๆที่แยกแยะระหว่างสิ่งที่เรียกว่า ข้อคิดเห็นที่เป็นเพียงการแนะนำ กับการเขียนสนับสนุนเพราะได้รับสินจ้างรางวัล ซึ่งอย่างหลังเธอคิดว่าจำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนให้ผู้อ่านรู้ว่านี่คือการโฆษณา "ทุกวันนี้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้การพูดแบบปากต่อปากกลายเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ และเนื่องจากพวกเขาได้รับค่าตอบแทน (จากการบอกเล่าแบบปากต่อปากนั้น) พวกเขาก็ควรจะต้องบอกออกมาให้ชัดว่าได้ค่าจ้าง"
ปัจจุบัน ผู้ค้าปลีกหลายรายที่มีหน้าเพจอยู่บนเว็บไซต์โชเชียลเน็ตเวิร์ก เปิดโอกาสกว้างให้ผู้คนทั่วไปเข้ามาเลือกชมสินค้าหน้าเพจ นอกจากนี้ยังสามารถคลิก like และให้ความเห็นต่างๆนานาหรือพูดคุยกันเกี่ยวกับตัวสินค้า ทั้งยังสามารถส่งต่อ (แชร์) โพสต์เกี่ยวกับสินค้านั้นๆไปให้คนอื่นๆได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ด้วยวิธีการนี้ ผู้ที่แชร์หรือส่งต่อเนื้อหาเกี่ยวกับตัวสินค้าไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากเสนอขายด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็สามารถทำเงินจากค่าส่วนแบ่งการขายหากการส่งต่อของพวกเขาก่อให้เกิดการเข้าไปสั่งซื้อที่เว็บไซต์ของผู้ค้า
เดวิด ไวน์โร้ท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของบริษัท ช้อปซิลล่าฯ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ค้าปลีก "บีโซ" เปิดเผยว่า เว็บไซต์ของเขาจะให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ที่กล่าวถึงสินค้าที่ทางเว็บเสนอขายและมีการเชื่อมโยงลิงก์จากหน้าเพจทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือพินเทอเรสต์ของคนคนนั้นมายังลิงก์ของผู้ค้า เช่นเดียวกับเว็บไซต์รีเฟอร์ลี (Referly) ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ เว็บรีเฟอร์ลีมีกติกาง่ายๆ คือใครพูดถึงสินค้าบนโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้วสามารถชักจูงเพื่อนฝูงมาซื้อสินค้าได้มากเท่าไหร่ ก็จะได้สัดส่วนผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น แต่คนคนนั้นต้องมาลงทะเบียนไว้กับรีเฟอร์ลีก่อน และปัจจุบันก็มีผู้มาลงทะเบียนไว้แล้วกว่า 1 หมื่นคน
เว็บบีโซให้ค่าตอบแทนแก่ผู้แนะนำโดยเฉลี่ย 14 เซ็นต์ต่อทุกๆคลิกที่มีเข้ามายังลิงก์ของผู้ค้าหรือเจ้าของสินค้า บริษัททำหน้าที่เป็นเพียงคนกลางระหว่างผู้ค้าปลีกที่นำสินค้ามาจำหน่ายบนเว็บไซต์กับผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ โดยทางเว็บเองได้ค่าธรรมเนียมตอบแทนจากผู้ค้าปลีก บางเว็บเช่น โพส (Pose) ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์เช่นกัน ให้ค่าตอบแทนผู้แนะนำประมาณ 5 % ของราคาสินค้า อย่างไรก็ตาม ทางเว็บมีระบบตรวจสอบเช่นกันว่า แต่ละคลิกที่เข้ามานั้น มาจากไหนและหากเป็นคนคนเดียวกระหน่ำคลิกเพื่อแสร้งทำยอด ระบบก็สามารถตรวจสอบเช่นกันและจะไม่ให้ค่าตอบแทน
ในส่วนของหน่วยงานควบคุมการค้าอย่างเอฟทีซี ในปี 2552 ได้มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า บล็อกเกอร์ที่เขียนรีวิวสินค้าโดยได้รับเงินค่าจ้าง จะต้องเปิดเผยว่างานเขียนชิ้นนั้นๆเขียนโดยได้รับค่าตอบแทน ซึ่งก็คือการโฆษณานั่นเอง ปัจจุบันมีการขยายขอบเขตถึงผู้ที่โพสต์ลิงก์สินค้าโดยได้รับค่า "นายหน้า" แนะนำสินค้าด้วย นั่นหมายถึงผู้โพสต์ลิงก์สินค้าต้องพิมพ์สัญลักษณ์แฮชแท็ก (hashtag) ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้ # ลงไปด้วย แล้วตามด้วยคำว่าโฆษณา หรือ ad เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,801 วันที่ 16-19 ธันวาคม พ.ศ. 2555




