|
|
บรรยากาศบนเวทีสัมมนา : ภัทรพันธุ์ กฤษณา กรรมการบริหารสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และกรรมการบริหารสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และประธาน กทค. ชนะชน สมบูรณ์สินชัย ผู้เชี่ยวชาญ ด้านไฟฟ้าและเทเลคอมและจิตติศักดิ์ นันทพานิช บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ผู้ดำเนินรายการเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ได้ร่วมกับ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ "3G เพื่ออนาคตและสิทธิในการเข้าถึงของผู้ด้อยโอกาส"
โดยมีนายเจษฎา วีระพงศ์ รองประธานกรรรมการบริหาร บริษัท ฐานเศรษฐกิจ จำกัด กล่าวรายงาน และ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)กล่าวเปิดงาน รวมทั้งวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และในฐานะประธาน กทค.(คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม) นายภัทรพันธุ์ กฤษณา กรรมการบริหารสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และกรรมการบริหารสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายชนะชน สมบูรณ์สินชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและเทเลคอม โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องเมจิก 3 ชั้น 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ มีผู้ด้อยโอกาส ประชาชน และนักศึกษา ให้ความสนใจอย่างคับคั่ง
-ม.49 ผู้ด้อยโอกาสได้สิทธิเท่าเทียมกัน
พล.อ.อ.ธเรศ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ได้มีบทบัญญัติสิทธิ์ต่าง ๆ ของคนพิการไว้อย่างมากมาย เช่น มาตรา 49 ระบุว่า ผู้ที่ยากไร้ผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพต้องได้รับสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ คนพิการมีสิทธิ์ได้เข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร การบริการโทรคมนาคม ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ กสทช. โดยคณะกรรมการ กทค. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม) ได้จัดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี บนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าหากกระบวนการดังกล่าวเมื่อผ่านพ้นการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตยที่กำลังดำเนินการอยู่ กสทช.ก็สามารถดำเนินการให้บริการ 3 จีได้ ภายในต้นปี 2556 โดยในการดำเนินการ กสทช. ได้กำหนดกรอบให้ผู้ชนะการประมูลจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง สำหรับผู้มีรายได้น้อยคนพิการ และคนชรา และผู้ด้อยโอกาสในสังคม สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง
- 3จี ให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี และ 4 จี เป็นประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่กับประเทศ แต่บางครั้งอุปสรรคเพียงเรื่องเล็ก ๆน้อยๆ คิดถึงแต่ความชอบธรรม แต่ไม่คิดถึงความยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นของอนาคตของประเทศด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการประมูล 3 จี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา หลายประเทศได้นำคลื่นความถี่มาประมูลเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ ซึ่งวิธีนี้ คือ การให้คลื่นความถี่กับเอกชนเพื่อนำไปลงทุนสร้างโครงข่ายให้เกิดการใช้งานและให้บริการด้วยความเร็วสูง และเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนเรื่องเงินจำนวนมหาศาล แต่เป็นประโยชน์ในการใช้งานมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เอกชนที่ได้รับใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี และ กสทช.ได้มีข้อกำหนดชัดเจนจะต้องให้บริการโทรคมนาคมทั่วถึงครอบคลุมประชากรโดยมีการหักรายได้จากผู้ได้รับใบอนุญาตจำนวน 3.75% เพื่อนำเข้ามาสมทบทุนกองทุนพัฒนาสังคมเพื่อให้บริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง โดยกำหนดให้เครือข่ายโทรคมนาคมครอบคลุมประชากร 80% ภายในระยะเวลา 4 ปี
- พัฒนาเทคโนโลยีเอื้อต่อผู้พิการ
ขะที่นายชนะชน สมบูรณ์สินชัย ผู้เชี่ยวชาญไฟฟ้าและเทเลคอม กล่าวว่าโอกาสของผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาส มีอยู่มหาศาล จากการเกิดขึ้นของ 3 จี เพียงแต่เราจะนำ 3 จี ไปสนับสนุนให้เขาเพิ่มโอกาส หรือศักยภาพได้อย่างไร ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานกับผู้พิการอยู่แล้ว เช่น ไอโฟน มีโปรแกรม SIRI ที่เป็นเหมือนเลขาฯส่วนตัวสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ผ่านทางเสียงได้ ขณะที่สมาร์ทโฟน ก็มีฟังก์ชัน สำหรับช่วยเหลือผู้พิการ แต่ที่ผ่านมาเราอาจมองไม่เห็นและไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้
ทั้งนี้มองว่า 3 จี จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพของผู้พิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ให้ทัดเทียมกับคนปกติได้ ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกในชีวิต และการศึกษา เช่นผู้มีปัญหาทางด้านสายตา มีความต้องการใช้อักษรเบรลในการอ่าน โดยมีเสียงบอกหรืออธิบายหรือการใช้ในการแปลภาษา ซึ่ง 3 จีจะช่วยให้การส่งภาพและเสียงมีความรวดเร็ว และต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งต่อไปในแผนการพัฒนา 3 จี ของกสทช. อาจไม่มีคำว่าผู้ด้อยโอกาส หรือคนพิการ เพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด
"ในมุมมองของผู้พัฒนาเทคโนโลยี กำลังมองว่ามีเทคโนโลยีใดที่จะพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนพิการ เทคโนโลยีที่เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะผู้พิการไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ ถ้ามีเครื่องมือในการติดตาม หรือที่เรียกว่าเทเลมอนิเตอริง ก็สามารถในการดูแลที่ไม่สามารถเดินทางได้ได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรามีศักยภาพ แต่ต้องเอาศักยภาพเราใส่ไปในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกศักยภาพคนพิการ ขณะเดียวกันมองว่าเทคโนโลยีสำหรับคนพิการ ส่วนใหญ่จะนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งหากสามารถพัฒนาขึ้นในประเทศ ก็อาจทำให้มีราคาถูกลง"
ภัทรพันธุ์ กฤษณา - ฝากการบ้านกสทช. 3 ส่วน
นายภัทรพันธุ์ กฤษณา กล่าวถึงประสบการณ์จริงในการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารว่า ตนเองเป็นผู้พิการรุนแรงประสบอุบัติเหตุจนไขกระดูกสันหลังได้รับผลกระทบ เดินไม่ได้ และมองเห็นความจำเป็นของโทรศัพท์เคลื่อนที่3จี หลังจากเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก และมองเห็นโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เพราะโดยส่วนตัวทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าอุปกรณ์คนพิการ เช่น วีลแชร์ จะต้องติดต่อกับต่างประเทศ ทุกวันนี้จะต้องใช้อี-เมล์ตลอดเวลา เพราะเดินทางอยู่บนรถ หรือรับออร์เดอร์ รับสินค้าก็ต้องใช้อี-เมล์ทุกวัน เวลาไปต่างประเทศก็ต้องสั่งงานข้ามประเทศด้วย หรือสามารถทำงานที่บ้านได้
ทั้งนี้โดยส่วนตัวจะใช้เครื่องมือสื่อสารทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเลต เพราะช่วยได้หลายอย่าง ติดต่อกับต่างประเทศ ติดต่อกับสมาคม จะต้องใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับส่งรูป ส่งคลิป แรกๆก็จะมีแม่บ้านช่วยสอน ตอนนี้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง อย่างโทรศัพท์ก็จะมีแอพพลิเคชันเต็มไปหมด ส่งไลน์เป็นข้อความ คุยกับเพื่อนคนพิการที่อยู่ญี่ปุ่นได้ ทำให้ชีวิตคล่องตัวขึ้น และมองว่าถ้าไม่มีโลกออนไลน์คนพิการจะเหนื่อยมากขึ้น
"เวลานี้สปป.ลาวแซงหน้าเราไปแล้วเพราะมี4จีแล้ว ก็ต้องมาดูว่าใน 11 ประเทศในแถบนี้ประเทศไทยจะมี 3 จีใช้ได้เมื่อไหร่"
อย่างไรก็ตามถ้ามีระบบ 3 จีครอบคลุมทั้งประเทศ แต่ถ้าค่าบริการสูงคนพิการก็เข้าถึงยาก น้องๆที่พิการหลายคนทุกวันนี้ใช้แอร์การ์ดราคาประมาณ 1 พันบาท แต่ก็ต้องใช้เพราะมีความจำเป็นจะต้องประสานงานกับเครือข่ายคนพิการด้วยกัน เรื่องอะไรใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เราต้องรู้ให้เท่าทัน เข้าถึงข่าวสารได้รอบด้าน หากค่าบริการ3จีไม่สูงก็จะเป็นโอกาสให้คนพิการเข้าถึงเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น
สุดท้ายก็อยากจะฝากการบ้านกสทช.ไปพิจารณา 3 ส่วนหลักคือ 1.พิจารณาค่าบริการในราคาไม่สูง 2.พัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อคนพิการ 3.มีเครือข่ายครอบคลุมเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,793 วันที่ 18-21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555




