เป็นไปตามที่ศาลปกครองชี้ช่องไว้ ตอนสั่งไม่รับหรือยกคำร้องว่า เนื่องจากผู้ร้องในคดี ให้ระงับการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3 จี ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง อีกทั้งยังไม่ปรากฏความเสียหายที่กล่าวอ้างแน่ชัด
กรณีจะใช้สิทธิ์ต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้พิจารณากลั่นกรองเรื่องเสียชั้นหนึ่งก่อน
จึงปรากฏว่ามีผู้ทยอยร้องผู้ตรวจการแผ่นดินในกรณีนี้ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ สุริยะใส กตศิลา ในนามกลุ่มกรีน ,นราพล ปลายเนตร ผู้นำสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ทีโอที กับพวก และไพบูลย์ นิติตะวัน ในนามคณะกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตฯ วุฒิสภา
เพราะการร้องทางศาลปกครอง สามารถอาศัยอำนาจศาลสั่งระงับกระบวนการประมูลไว้ได้ทันที ขณะที่การร้องไปที่ป.ป.ช. จะมุ่งเน้นตรวจสอบพฤติกรรมของตัวบุคคล หรือผู้จัดการประมูล ว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องหนักแน่นและใช้เวลาตรวจสอบอีกไม่น้อย
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นอีกวันที่ต้องบันทีกในประวัติศาสตร์การเดินหน้าระบบ 3 จี ที่เสี่ยงสะดุดอีกรอบ เมื่อโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า
........ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติจะเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ต่อศาลปกครอง เพื่อพิจารณาและวินิจฉัยว่า เป็นการดำเนินการที่เป็นการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 47 และพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรา 45 ประกอบมาตรา 41 วรรค 1 และวรรค 7 หรือไม่.........
พร้อมกันนี้ได้ร้องขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉิน และขอให้ศาลมีคำสั่งมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ด้วยการระงับการออกใบอนุญาต 3 จีไว้ก่อนด้วย
เรื่องนี้ศาลปกครองกลางได้รับเรื่องไว้ในสารบบความเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2865/2555 โดยหลังจากนี้จะได้มีการกระจายสำนวนให้องค์คณะตุลาการรับผิดชอบพิจารณาคำฟ้อง เพื่อมีคำสั่งต่อไปว่า จะให้ไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่
สัปดาห์นี้ความสนใจของข่าวเรื่อง 3 จีจะไปรวมศูนย์กันอยู่ที่ศาลปกครองกลาง ว่าจะสั่งคดีนี้อย่างไร ถ้ารับไว้พิจารณาแล้วจะมีคำสั่งมาตราการคุ้มครองชั่วคราวด้วยการสั่งระงับการออกใบอนุญาต 3 จีเอาไว้ก่อนหรือไม่
ถ้าศาลสั่งระงับการออกใบอนุญาตไว้ก่อน แผนเดินหน้าการให้บริการคลื่นความถี่ 3 จีก็ต้องสะดุดหยุดลง เพื่อรอคำวินิจฉัยหลักในคดีต่อไป ว่าจะออกมาอย่างไร
เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้วินิจฉัยโดยอิงรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.กสทช. เท่านั้น ไม่ได้ยกกรณีพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือพ.ร.บ.ฮั้วประมูล ตามที่รองปลัดกระทรวงการคลังชี้แต่อย่างใด
เรื่องประมูลคลื่น 3 จีตอนนี้ทำคนไทยเสียงแตกเป็นสองเสี่ยง กลุ่มใหญ่บอกว่ายิ่งช้ายิ่งเสียหาย ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ และไทยล้าหลังเพื่อนบ้านไปเรื่อย อีกกลุ่มบอกว่าก็อยากให้ใช้อยู่ แต่ถ้ามีเงื่อนงำส่อมีการหาประโยชน์มิชอบ ก็ไม่อาจปล่อยหลุดไปได้ ช้าหน่อยแต่เดินให้ถูกต้องโปร่งใสดีกว่า จึงต้องใช้สิทธิ์ตามช่องทางกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้ตรวจกันเสียให้สบายใจ
สังคมประชาธิปไตยก็เป็นอย่างนี้ มีความเห็นต่างได้ ใช้สิทธิ์ได้ตามกรอบกฎหมายบัญญัติ ถือเสียว่าถ้าจะเสียเวลาเสียโอกาส นี่เป็นราคาการเรียนรู้ประชาธิปไตย เหมือนคำที่"น้าชาติ"พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยบอกไว้ ว่าประชาธิปไตยเหมือนรถไฟชุมชน ต้องจอดทุกสถานี เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีใครที่ประสงค์จะไปสถานีหน้าตกขบวนรถคันนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,791 วันที่ 11-14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555




