แม้ว่าประธานคนนี้กำลังจะวางมือ โดยมีนายปีเตอร์ แอกเนอฟาล ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศสวีเดนของอิเกียคนปัจจุบันขึ้นมาแทนที่ในเดือนกันยายน 2556 แต่โอห์ลสันก็ตั้งใจที่จะทำหน้าที่ทิ้งทวนสร้างเป็นผลงานให้กับบริษัทเอาไว้ นั่นก็คือ การขับเคลื่อนแผนขยายธุรกิจของอิเกียออกไปทั่วโลกซึ่งหมายถึงการเปิดสาขาใหม่อีกมากกว่า 100 สาขาจากที่มีอยู่แล้วประมาณ 300 สาขา เพิ่มการจ้างงานอีกหลายหมื่นตำแหน่ง และเท่ากับว่าบริษัทจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนอีกปีละประมาณ 1.5-2.5 พันล้านยูโรเริ่มจากปี 2557 เป็นต้นไป และนั่นหมายถึงการเปิดสาขาในอัตราปีละ 20-25 สาขา เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันซึ่งอิเกียมีสาขาใหม่โดยเฉลี่ยปีละ 6-12 สาขาเท่านั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มการจ้างงาน 6,000 - 12,500 ตำแหน่งต่อปี
ทั้งนี้ การเปิดสาขาใหม่แต่ละแห่งของอิเกียจะต้องใช้เงินลงทุนระหว่าง 60-100 ล้านยูโร เป้าหมายหลักของอิเกีย คือการรุกเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งเพียง 2-3% เท่านั้น ขณะที่ในตลาดสวีเดนซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของอิเกียเองนั้น บริษัทครอบครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 25-30 %
เอกลักษณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของอิเกียคือ สไตล์เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบเก๋ในราคาประหยัด ตัวอาคารทรงกล่องเหลี่ยมสีน้ำเงิน-เหลือง และเฟอร์นิเจอร์ดีไอวายบรรจุมาในกล่องที่ลูกค้าต้องซื้อกลับไปประกอบและติดตั้งเองที่บ้าน ความนิยมที่ได้รับนั้นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากยอดขายและผลกำไรที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาแม้ว่าเศรษฐกิจโลกในภาพรวมจะไม่แข็งแรงนัก อิเกียกำลังเร่งสร้างการเติบโตในตลาดประเทศกำลังพัฒนาที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดลง ณ วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แรงขับเคลื่อนหลักมาจากตลาดโตเร็วอย่างจีนและรัสเซีย
ส่วนการเติบโตในสหรัฐอเมริกาก็นับว่ามีมากกว่าการเติบโตของตลาดโลกโดยเฉลี่ย แต่เนื่องจากมีการขับเคี่ยวกันด้วยกลยุทธ์ตัดราคามาระยะหนึ่งแล้ว ในปีนี้ อิเกียจึงต้องพยายามรักษาสถานะที่สามารถจะลดราคาได้แม้ว่าราคาวัสดุจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม ซึ่งก็ทำได้ด้วยการลดต้นทุนในด้านอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น
สำหรับตลาดจีนที่โตเร็วนั้น อิเกียมีแผนเร่งขยายสาขาเป็นสามเท่าในปีหน้า (2556) เมื่อเทียบกับปี 2554 นอกจากนี้ บริษัทยังซื้อที่ดินแล้วในประเทศเกาหลีใต้เพื่อการเปิดสาขาแรกในระยะสองสามปีข้างหน้า ส่วนปีหน้า บริษัทจะเปิดสาขาแรกในประเทศโครเอเชียและเซอร์เบีย แผนการที่ใกล้กว่านั้นคือการเปิดคลังสินค้าแห่งที่สามที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนในเดือนธันวาคมปึนี้
เกี่ยวกับตลาดยุโรปที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวอยู่นั้น ซีอีโอของอิเกียกล่าวว่า ปัญหาอยู่ที่การกีดกันทางการค้าและกฎระเบียบเกี่ยวกับการโซนนิ่งค้าปลีก แต่เขาเชื่อว่าโอกาสที่จะขยายตัวนั้นมีอยู่เนื่องจากท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ การลงทุนของบริษัทจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยังช่วยสร้างงานอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนอินเดียซึ่งเป็นตลาดอีกแห่งที่มีการปกป้องสูงจากภาครัฐ ขณะนี้บริษัทกำลังรออนุมัติโครงการจากหน่วยงานรัฐบาลอินเดีย หลังจากปีที่ผ่านมา อินเดียยอมให้ค้าปลีกต่างชาติลงทุนได้ 100% แต่ต้องใช้สินค้าในประเทศ 30% ซึ่งถ้าหากโครงการมูลค่า 1.5 พันล้านยูโรนี้ผ่านฉลุย อิเกียก็จะเดินหน้าเปิดสาขาในอินเดียถึง 25 สาขาในระยะไม่กี่ปีข้างหน้าในทันที
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,777 23-26 กันยายน พ.ศ. 2555




