เรื่องแรก ศาลอาญามีคำสั่งกรณีแท็กซี่เสื้อแดง"นายพัน คำกอง" ว่าเสียชีวิตด้วยกระสุนปืนทหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบปิดล้อมพื้นที่ตามคำสั่งศอฉ.
เรื่องนี้เป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ที่ศาลชี้ชัดแล้วว่า ผู้ตายตายด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำให้ที่ต้องรับผิดชอบนั้นมีความผิด
เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานสอบสวนต้องกลับไปตั้งเรื่องมาเป็นอีกสำนวนว่า เจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องรับผิดชอบ ถูกกล่าวหาเป็นจำเลย ฐานฆาตกรรมโจทก์ถึงแก่ความตาย ซึ่งต้องให้ศาลพิพากษาตัดสินอีกครั้งหนึ่งว่า การใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่จนมีคนตายนั้น ถ้าศาลตัดสินว่าเป็นกรณี"ฆาตกรรม" ผู้กระทำมีความผิดต้องรับโทษ แต่ถ้าศาลพิพากษาว่าเป็นกรณีเหตุ"วิสามัญฆาตกรรม" เข้าเกณฑ์ไม่ต้องรับโทษ ก็พ้นผิด
แนวปฏิบัตินี้ต้องใช้กับกรณีผู้เสียชีวิตรายอื่น ๆ ที่ชี้ชัดว่า ตายจากน้ำมือเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเป็นรายกรณีต่อไป
เป็นเรื่องที่ความขัดแย้งและความสูญเสียที่เกิดขึ้น จะได้เข้าสู่กระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ต่อสู้คดีอย่างทัดเทียม เพื่อสุดท้ายศาลจะได้พิพากษาให้เป็นที่ยุติ ตามกระบวนการต่อไป
จึงควรที่จะร่วมกันสนับสนุนและเรียกร้องให้ทุกฝ่าย นำกรณีที่เป็นเรื่องขัดแย้ง เกิดความสูญเสีย ได้หาข้อยุติตามกระบวนการกันทุกคดี "คุณอภิสิทธิ์-คุณสุเทพ" ต้องไปขึ้นศาล เช่นกันแกนนำนปช.ที่ต้องข้อหาในข้อกล่าวหาก่อการร้าย
เพื่อความขัดแย้งใด ๆ ที่สุดต้องมีกลไกที่จะตัดสินชี้ขาดและให้เป็นที่ยุติ
อีกเรื่องนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) นำทีมแถลงข่าวรายงานสรุปฉบับสุดท้าย หลังจากทำงานมาครบ 2 ปีเต็ม
เป็นรายงานสรุป"ความจริง"ที่คอป.ไปตรวจสอบค้นหามา ซึ่งสรุปแล้วแกนนำหรือหัวขบวนทุกฝ่ายมีส่วนต้องรับผิดชอบมากน้อยแตกต่างกันไป
ไม่ว่าจะเป็นแกนนำนปช. ที่มิได้พยายามมากพอที่จะให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบและปราศจากอาวุธจริง หรือกรณีชายชุดดำที่ก่อเหตุฆ่าทหารและเจ้าหน้าที่นั้นเกี่ยวพันกับการ์ดนปช. ขณะที่ผู้นำรัฐบาลเองก็ไม่ได้ติดตามผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ระหว่างปฏิบัติการตามคำสั่ง ซึ่งอาจบานปลายเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ชุมนุม
ใครสนใจหาอ่านรายงานสรุปฉบับเต็มของคอป.ความยาว 300 กว่าหน้ากระดาษ เริ่มแจกจ่ายกันบนเครือข่ายออนไลน์แล้ว เช่นเดียวกับบทสรุปความรุนแรงจากหลายกลุ่มหลายองค์กรที่สรุปกันมาก่อนหน้านี้
ส่วนใครอ่านแล้วจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เห็นด้วยบางส่วนไม่เห็นด้วยบางส่วน ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่อย่างน้อย"ความจริง"ของสถานการณ์ความขัดแย้งขนาดใหญ่และซับซ้อนครั้งนี้ ก็ไม่ได้ถูกบันทึกจากฝ่ายเดียว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,776 20-22 กันยายน พ.ศ. 2555




