หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home คอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ปัญหามีไว้ให้แก้

ปัญหามีไว้ให้แก้

พิมพ์
User Rating: / 4
แย่ดีที่สุด 

เรายังจำได้ว่าปลายปี 2550 ราคาน้ำมันสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นผลให้สังคมทั่วโลกตระหนกตกใจเนื่องจากผลกระทบได้เกิดขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจต่อเนื่องหลายปีจากนั้น

เริ่มต้นจากวิกฤติราคาอาหารเป็นเหตุให้บางประเทศต้องห้ามส่งออกชั่วคราว ราคาส่งออกข้าวไทยกระโดดสูงขึ้นเกือบถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน สร้างความตระหนกให้กับผู้บริหารประเทศไทยในเวลานั้นจนถึงกับสั่งชะลอการส่งออกด้วยเช่นกัน
 จากผลกระทบนี้ทำให้เกิดกระแสความมั่นคงอาหารกระหึ่มขึ้นทั่วโลกซึ่งกำลังสร้างผลก
ระทบทางการค้าอาหารอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เริ่มตั้งแต่การที่บางประเทศต้องอไปลงทุนเช่าหรือซื้อที่ดินในต่างประเทศเพื่อปลูกธัญพืชโดยมีเป้าหมายนำเข้าประเทศของตนต่อไป ประเทศไทยจะต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและต้องพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเผชิญกับการแข่งขันยุคใหม่ที่ผู้ซื้อของเราจะกลับกลายเป็นคู่แข่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  วิกฤติดังกล่าวมีผลกระทบถึงระดับเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายประเทศหรือเรียกว่า "Arab Spring"
   เวลาผ่านไป 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ราคาอาหารมีทั้งปรับขึ้นและลงแต่ก็ยังคงรักษาระดับในแนวสูงอย่างต่อเนื่อง มาถึงวันนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในรอบ 56 ปีของภาวะภัยแล้งในสหรัฐฯและบางประเทศในยุโรป ซึ่งเป็นสาเหตุของราคาอาหารสูงขึ้นอีกครั้งและอาจจะต่อเนื่องไปถึงสิ้นปีนี้และต้นปีหน้า  ผลผลิตข้าวโพดตกลงประมาณ 13% ถั่วเหลืองลดลงประมาณ 12% ประเทศไทยนำเข้าธัญพืชหลักเหล่านี้จากสหรัฐฯเพื่อเป็นอาหารและอาหารสัตว์จึงถูกกระทบไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาข้าวโพดไทยขยับสูงขึ้น 20% ส่วนราคากากถั่วเหลืองนำเข้านั้นราคาพุ่งขึ้นไปกว่า 50% นอกจากนั้นราคาปลาป่นและปลายข้าวซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญก็ปรับตามขึ้นไป 15% และ 50% ตามลำดับ
 จุดประสงค์ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่า โครงสร้างการผลิตสินค้าธัญพืชของไทยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาเสถียรภาพและความสมดุลของสามสิ่ง คือ 1) ปริมาณการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.5 - 6 ล้านตันต่อปีนั้น จะต้องวางแผนอย่างไรเนื่องจากจะต้องให้มีการนำเข้าจากประเทศในอาเซียนตามข้อตกลงฯ ในขณะนี้รัฐบาจำกัดการนำเข้าแต่ไม่จำกัดการส่งออกเปรียบเสมือนกับกระชังก้นรั่วซึ่งเป็นมาตรการที่ตรงกันข้ามกับระเบียบการนำเข้า  2)  ราคาที่เกษตรกรจะต้องได้รับจะอยู่ในระดับใดจึงจะเหมาะสมเพราะสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีราคาที่ถูกกว่า ราคาประกันรับซื้อจากเกษตรกรจะต้องเป็นราคาที่จูงใจแต่ขณะเดียวกันก็ต้องจูงใจให้ผู้ใช้วัตถุดิบได้นำเข้าเพื่อลดต้นทุนอาหารสัตว์สำเร็จรูปได้ และ 3) ต้นทุนการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ถูกกระทบและจะเป็นเหตุให้ขึ้นราคาเนื้อสัตว์ต่อไป นอกจากนั้นการแข่งขันจากสินค้านำเข้าก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มแรงกระทบต่อผู้ผลิตปศุสัตว์แต่กลับเป็นผลดีต่อผู้บริโภค ดูเหมือนเรา
จะอยู่ในเขาวงกตหาทางออกไม่ได้
 ผมจึงเสนอทางแก้ดังนี้คือ เราต้องปล่อยให้กลไกราคาหรือตลาดเป็นตัวกำหนดเช่นส่งออกและนำเข้าข้าวโพดเสรี เป็นต้น ส่วนเกษตรกรซึ่งต้องได้รับการปกป้องนั้นรัฐก็ต้องใช้เงินอุดหนุนซึ่งมีประสบการณ์ในการดำเนินการอยู่แล้วเพียงแต่ให้จัดการอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น ในส่วนของการดูแลผู้บริโภคนั้นรัฐก็มีประสบการณ์ในดำเนินการอยู่บ้างแล้ว เช่น ธงฟ้า ร้านถูกใจเพียงแต่จัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ผมไม่ต้องการให้เราล้มเหลวในเรื่องการปรับโครงสร้างครั้งนี้เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบปัญหาเพียงแต่ได้ถูกบิดเบือนจนผิดเพี้ยนไปเหมือนกับกีฬาโอลิมปิกหรือกีฬาอื่นๆ ที่ถูกบิดเบือนเปลี่ยนแปลงเป็นการค้าไปหมดแล้วเราจึงไม่ได้เห็นน้ำใจของนักกีฬานอกจากเงิน 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,769  26-29  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 2935 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*