ผู้ค้าทองเตือนสติอย่าตื่นราคาทองคำดิ่งแรง"จิตติ"เผยยังไม่ใช่ขาลง แต่ผันผวนหนัก คาดรอบนี้ไหลลึก 1,500 ดอลล์ หรือบาทละ 21,500 บาท วายแอลจี แนะให้ขายตัดขาดทุนทันทีหากหลุดแนวรับสำคัญ 1,554 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ บล.บัวหลวงฯ เผยนักลงทุนโยกเงินลงทุนในหุ้นรับปันผล
ราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนหนัก เช่นเดียวกับราคาทองคำในประเทศซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากประเด็นข่าวการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด)จะยุติหรือเดินหน้าต่อมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องด้วยการรับซื้อพันธบัตร หรือมาตรการคิวอี (QE) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังมีสัญญาณฟื้นตัว
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า จากความไม่ชัดเจนดังกล่าวจะมีผลให้ราคาทองคำจากนี้ไปผันผวนแรง แต่ยังไม่ใช่เป็นขาลง โดยราคาทองคำจะปรับตัวลงหากมีสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวดี และคาดว่าราคาทองคำโลกจะปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือเป็นเงินบาทที่ 21,500 บาทต่อบาททอง หากหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,545 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์
"ตอนนี้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้น-ลงวันละ 550 บาทต่อบาททอง เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่ขึ้น-ลงวันละ 1,000-2,000 บาทต่อบาททอง ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอ่อนตัวลงมาประมาณ 2,100 บาทต่อบาททองคำ (บวก-ลบเล็กน้อย) แม้ว่าจะลงแรงพอสมควร แต่ยังไม่ถือว่าราคาทองคำเป็นขาลง"
นายจิตติกล่าวว่าแนะนำให้นักลงทุนที่ซื้อทองคำก่อนหน้านี้อย่าตื่นตระหนกให้ถือไว้ก่อน เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่าราคาทองเมื่อปรับลงแรง ก็มีโอกาสปรับขึ้นแรงเช่นกัน
บทวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แนะนำกลยุทธ์การลงทุนว่า หากราคาทองคำขยับผ่านช่วง 1,589 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขึ้นไปขายทำกำไรแถวแนวรับถัดไปที่ 1,597 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ สำหรับการเข้าซื้อต้องใช้ความระมัดระวัง ซึ่งอาจเสี่ยงเข้าซื้อเก็งกำไรเมื่อมีการย่อตัวลงมาโซน 1,570-1,565 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และหากหลุด 1,554 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดอันตราย ดังนั้นนักลงทุนอาจต้องขายตัดขาดทุนไป
ขณะที่นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์สฯ กล่าวว่า ทิศทางราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เอ็มทีเอสจึงเปลี่ยนมุมมองเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ใหม่อยู่ที่ระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.) บัวหลวง จำกัด(มหาชน) ระบุว่า ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากภาพเศรษฐกิจโลกที่ดูดีขึ้น จนทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์เช่นหุ้นมากกว่า เนื่องจากสามารถให้ผลตอบแทนที่รวดเร็ว และกำลังจะเข้าช่วงจ่ายปันผล ซึ่งทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้แล้วไม่ได้ผลตอบแทนในรูปปันผล ได้แต่เพียงราคากำไรจากส่วนต่างราคา(capital gain )เท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556



