เลอโนโว เผยตลาดคอมพ์ส่วนบุคคล ทั้งตั้งโต๊ะ/โน้ตบุ๊กทรงตัว เดินกลยุทธ์ "โพรเทกต์-แอดแทกต์" หนุนยอดโต 25% เล็งเกาะกระแสโต "สมาร์ทโฟน-แท็บเลต" เตรียมนำเข้าเปิดตลาดไทยไตรมาส 2
นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ พีซี ปีนี้จะทรงตัว เนื่องจากผลกระทบจากกระแสแท็บเลตและสมาร์ทโฟน โดยคาดว่าตลาดรวมคอมพิวเตอร์พกพา หรือ โน้ตบุ๊กนั้นจะมีตัวเลขประมาณ 2.2 ล้านเครื่อง อย่างไรก็ตามในส่วนของเลอโนโวตั้งเป้าเติบโต 25% เติบโตมากกว่าตลาดเป็น 2 เท่า โดยในปีนี้ยังมุ่งดำเนินกลยุทธ์ โพรเทกต์ หรือ ป้องกันตลาด และ แอดแทกต์ หรือ การขยายไปยังตลาดคู่แข่ง อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมุ่งการนำเสนอนวัตกรรมสู่ตลาด พร้อมทั้งมีการทำตลาดแบบแบ่งกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยล่าสุด ได้เปิดตัว โน้ตบุ๊ก IdeaPad Y400 และ IdeaPad Y500 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ultabay ที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสลับอุปกรณ์ Bay ให้เพิ่ม ความจุฮาร์ดดิสก์, ดีวีดีไดรฟ์ , หรือ กราฟิกการ์ดตัวที่ 2 หน้าจอไฮเดฟฟินิชัน โดยมุ่งทำตลาดไปยังกลุ่มผู้เล่นเกม นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว โน้ตบุ๊ก IdeaPad Z400 จอ LED ขนาด 14 นิ้ว และ IdeaPad Z500 ขนาด 15.6 นิ้ว ที่มีดีไซน์ที่บางขึ้นถึง 25% และมีสีสันให้เลือกหลากหลาย โดยจะมุ่งการจำหน่ายไปยังกลุ่มนักเรียนนักศึกษา
สำหรับการทำตลาดแท็บเลต และสมาร์ทโฟนนั้นขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการตัดสินใจนำเข้ามาทำตลาด โดยคาดว่าจะเริ่มนำเข้ามาได้ไตรมาส 2 โดยที่ผ่านมาได้เผยต้นแบบสมาร์ทโฟน รุ่น K800 ในงานซีอีเอสแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนแท็บเลตนั้นจะมีรุ่นที่ราคาต่ำกว่า 5 พันบาทเข้ามาทำตลาด ขณะที่สมาร์ททีวีนั้นคาดว่าจะเข้ามาปลายปี ซึ่งภายหลังจากที่มีความพร้อมในเรื่องกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว บริษัทมีแผนลงทุนจัดตั้งคอนเซ็ปต์ชวลสโตร์ ขึ้นมาเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีต่างๆของเลอโนโว
นายจีรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่าไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถก้าวขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 ในตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมเป็นครั้งแรก โดยมีส่วนแบ่งตลาด 11% ส่วนผู้นำอันดับ 1 มีส่วนแบ่งตลาด 16% ซึ่งในส่วนของโน้ตบุ๊ก มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 โดยมีส่วนแบ่งตลาด 9-10% ขณะที่ตลาดรวมชะลอตัวลงไปประมาณ 10% ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ออลอินวัน พีซีนั้นมีส่วนแบ่งตลาด 25% เป็นอันดับ 1 ในตลาด
นายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ กล่าวว่า ในการขยายตลาดคอนซูเมอร์นั้นบริษัทจะมุ่งการทำตลาดแบบเซ็กเมนต์มากขึ้น และสร้างตลาดใหม่ๆ ขึ้นมา โดยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เอสซีรีส์ จะมุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการโน้ตบุ๊กบางเบา ขณะที่ แซด ซีรีส์ จะมุ่งเจาะกลุ่มที่ต้องการโน้ตบุ๊กสีสัน และทันสมัย ส่วนกลุ่ม จีซีรีส์ จะมุ่งเจาะตลาดลูกค้าต่างจังหวัด และวายซีรีส์ จะมุ่งเจาะคอเกม
อย่างไรก็ตามจะมุ่งการทำตลาดไปยังโน้ตบุ๊ก กลางบนมากขึ้น โดยมองว่ากระแสความต้องการแท็บเลต นั้นกระทบกับโน้ตบุ๊กตลาดล่างราคา 9,000-10,000 บาท ส่วนตลาดโน้ตบุ๊กที่มีราคาสูง 16,000-18,000 บาท ยังมีการเติบโต และโน้ตบุ๊กที่มีราคา 20,000-30,000 บาท มีการเติบโตสูงสุด ซึ่งกลุ่มที่ยังมีความต้องการใช้งานโน้ตบุ๊กอยู่ คือ กลุ่มนักศึกษาที่ถือเป็นกลุ่มใหญ่ และกลุ่มเกมเมอร์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556



