ซัมซุงและแอลจี สองผู้ผลิตโทรทัศน์ชั้นนำจากเกาหลีใต้ พุ่งเป้ารุกตลาดทีวีระดับไฮเอนด์ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ OLED และฟังก์ชันการทำงานพิเศษอื่นๆ เพื่อชดเชยยอดขายที่ชะลอตัวลงหลังผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์พกพามากขึ้น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายยุน บู-กึน ประธานธุรกิจคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ของซัมซุง อิเล็คโทรนิคส์ กล่าวว่า ซัมซุงเตรียมเดินหน้าทำตลาดโทรทัศน์แบบบางเฉียบที่มาพร้อมกับจอภาพ organic light-emitting diodes หรือ OLED ในช่วงครึ่งปีแรกด้วยความหวังว่าจะขยายความเป็นผู้นำในตลาดโทรทัศน์ออกไปอีก นอกจากนี้จะเริ่มนำสมาร์ททีวีรุ่นใหม่ที่มีฟีเจอร์ เช่น ความสามารถในการจดจำเสียง และภาพ 3 มิติ ออกวางตลาดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยเริ่มจากในตลาดเกาหลีใต้
ซัมซุงและคู่แข่งสำคัญร่วมชาติอย่างแอลจี อีเลคโทรนิคส์ ต่างหันไปให้ความสำคัญกับโทรทัศน์จอภาพ OLED และโทรทัศน์ราคาสูงรุ่นอื่นๆ ในเวลาที่ยอดขายโทรทัศน์ชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคหันไปเลือกใช้อุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเลตมากขึ้น นอกจากนี้ค่าเงินวอนที่แข็งขึ้นในขณะที่เงินเยนอ่อนตัวลงก็เพิ่มแรงกดดันสำหรับผู้ผลิตสัญชาติเกาหลีในการแข่งขันกับคู่แข่งจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโซนี่คอร์ป หรือพานาโซนิค คอร์ป
คิม ฮยอน-ซอก ประธานธุรกิจทีวีของซัมซุง กล่าวว่า ซัมซุงจะโฟกัสไปที่ตลาดพรีเมียมเหมือนเช่นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเซ็กเมนต์ดังกล่าวเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยยอดขายในตลาดโทรทัศน์ระดับพรีเมียมทั่วโลกจะเติบโตราว 30-40% ในปีนี้
โทรทัศน์จอภาพ OLED จะให้ภาพที่คมชัดและสดใสกว่าจอภาพแอลซีดีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน และกินไฟน้อยกว่า อีกทั้งยังสามารถทำให้ตัวเครื่องมีขนาดบางกว่าเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีแบ็กไลต์
แอลจี คู่แข่งสำคัญของซัมซุงในตลาดโทรทัศน์ เริ่มต้นทำตลาดโทรทัศน์จอภาพ OLED ในวงกว้างก่อนหน้าซัมซุง โดยเริ่มในเกาหลีใต้มาตั้งแต่ช่วงต้นปี แอลจีกล่าวว่าจะขยายการจำหน่ายโทรทัศน์รูปแบบดังกล่าวออกสู่อเมริกาเหนือ ยุโรป และตลาดเอเชียอื่นๆ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556
ควอน ฮี-วอน ประธานธุรกิจโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ของแอลจี กล่าวว่า แอลจีมีแผนจะเพิ่มยอดขายโทรทัศน์ขึ้น 15% ในปีนี้ โดยเน้นไปที่โทรทัศน์รุ่นที่ใช้เทคโนโลยีจอภาพใหม่และฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยมากขึ้น อาทิ อินเตอร์เน็ตทีวีที่สามารถแสดงภาพ 3 มิติบนจอภาพแบบ OLED ซึ่งควอนมองแนวโน้มยอดขายในปีนี้ว่าค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับความต้องการในตลาดโทรทัศน์โดยรวมที่ชะลอตัว
ด้านโช แทค-อิล รองประธานธุรกิจโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ของแอลจี คาดหมายว่าปีนี้บริษัทจะทำยอดขายโทรทัศน์จอแบนได้ถึง 36 ล้านเครื่อง หลังจากในปี 2555 แอลจีทำยอดขายทั่วโลกได้ 30 ล้านเครื่อง ขณะที่ซัมซุงซึ่งเป็นผู้นำในตลาดทำยอดขายได้ 51 ล้านเครื่อง
"แอลจี อีเลคโทรนิคส์ เลิกผลิตโทรทัศน์แบบ cathode ray-tube (CRT) ไปแล้ว ซัมซุงก็เช่นเดียวกัน ความต้องการโทรทัศน์แบบพลาสมาจะลดต่ำลงเรื่อยๆ ขณะที่เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถขายโทรทัศน์จอแบนในระบบจอภาพ LED ได้มากขึ้น" โช กล่าว
สำหรับเรื่องผลกระทบจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง ควอนกล่าวว่า แม้ว่าผู้ผลิตโทรทัศน์จากญี่ปุ่นจะได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัว ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีราคาถูกลงในหลายตลาดหลัก แต่แอลจียังไม่ได้รับผลกระทบในด้านลบโดยตรงอย่างหนัก อย่างไรก็ตามจะคอยติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ควอนกล่าวว่า มีความกังวลต่อคู่แข่งจากจีนมากกว่าจากญี่ปุ่น เพราะผู้ผลิตจากจีนมีโรงงานผลิตภายใน ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตจอภาพสำหรับโทรทัศน์ได้เป็นจำนวนมาก แม้ว่าเทคโนโลยีจะยังล้าหลังอยู่ 3-4 ปีก็ตาม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,821 วันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556



