การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า สมาร์ทโฟนจะทำยอดขายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายโทรศัพท์มือถือทั่วโลกภายในเดือนมีนาคมปีนี้ โดยสมาร์ทโฟนระบบแบล็คเบอร์รี่และวินโดว์สโฟนจะแย่งชิงความเป็นที่ 3 ตามหลังแอนดรอยด์และไอโอเอส
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ ระบุว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2555 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนทำสัดส่วนสูงสุดเป็นสถิติ 44% ของตลาดโทรศัพท์มือถือทั้งหมดที่มียอดจำหน่ายทั่วโลก 472 ล้านเครื่อง สมาร์ทโฟนมีการเติบโตในแต่ละไตรมาสถึงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายฟีเจอร์โฟนลดลงประมาณ 20% ทำให้การ์ทเนอร์ประเมินว่า สมาร์ทโฟนจะทำยอดขายแซงหน้าฟีเจอร์โฟนในสัดส่วน 286 ล้านเครื่องต่อ 211 เครื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556
ขณะเดียวกันข้อมูลจากคานาลิส บริษัทวิจัยอีกรายหนึ่ง ชี้ว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนคิดเป็นประมาณ 73% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน โดยประมาณ 90% ของจำนวนดังกล่าวเป็นโทรศัพท์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
ไอโฟนจากแอปเปิล อิงค์ ครองตลาดในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่โครงสร้างทางราคาทำให้โทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ไม่มีข้อได้เปรียบในเรื่องราคาที่ถูกกว่ามากนักเมื่อซื้อตัวเครื่องพร้อมสัญญากับทางเครือข่ายต่างๆ บริษัทวิจัยสแทรทิจี อนาไลติกส์ ระบุว่า แอปเปิลเป็นผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 ของปี 2555 ด้วยส่วนแบ่ง 34% ทำยอดขายได้ 17.7 ล้านเครื่อง เทียบกับยอดขาย 16.8 ล้านเครื่องของซัมซุง โดยทั้งสองบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 66%
ส่วนในตลาดโลก ซัมซุงเป็นผู้นำทั้งในส่วนของสมาร์ทโฟนและตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวม โดยทำยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้ทั้งหมด 107 ล้านเครื่องในไตรมาส 4 ของปีก่อน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นสมาร์ทโฟน 64 ล้านเครื่อง โนเกียตามมาเป็นอันดับ 2 ในตลาดโทรศัพท์มือถือด้วยยอดขาย 85 ล้านเครื่อง แอปเปิลครองอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 43.4 ล้านเครื่อง
การ์ทเนอร์กล่าวว่า ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนของซัมซุงและแอปเปิลรวมกันทั่วโลกอยู่ที่ 52% เพิ่มขึ้นจาก 46.4% ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2555
ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ยังแสดงให้เห็นการแข่งขันของผู้เล่นอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีความสูสีกันอย่างมาก โดยแบล็คเบอร์รี่และโทรศัพท์ระบบวินโดว์สโฟนของไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งตลาดแตกต่างกันเพียง 0.5% ในไตรมาส 4
อย่างไรก็ดี การแข่งขันของผู้เล่นลำดับที่ 3 ยังห่างจากผู้นำทั้งสองอยู่มาก โดยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลและไอโอเอสของแอปเปิลมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนรวมกันกว่า 90% ขณะที่แบล็คเบอร์รี่มีส่วนแบ่ง 3.5% และวินโดว์สโฟน 3% โทรศัพท์ระบบแบล็คเบอร์รี่มียอดขาย 7.3 ล้านเครื่องในไตรมาสดังกล่าว วินโดว์สโฟนทำยอดขายได้ 6.2 ล้านเครื่อง ไอโฟน 43.4 ล้านเครื่อง และโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ทิ้งห่างที่ 144.7 ล้านเครื่อง
อันชุล กุปตา นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์กล่าวว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่ระบบปฏิบัติการลำดับที่ 3 ก้าวเข้ามามีบทบาท เมื่อการแข่งขันระหว่างแบล็คเบอร์รี่ 10 และวินโดว์สโฟนดุเดือดขึ้น "ในยามที่เครือข่ายและตัวแทนจำหน่ายรู้สึกถึงแรงกดดันจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของแอนดรอยด์ ระบบปฏิบัติการทางเลือก เช่น ไทเซน (Tizen) ไฟร์ฟ็อกซ์ อูบุนตู (Ubuntu) และจอลลา (Jolla) จะพยายามสร้างโอกาสโดยวางตำแหน่งของตนเองเป็นทางเลือกที่สามารถสร้างกำไรได้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่ 21 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556



