แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ช่วงปลายปี 2555 จะหดตัวเป็นไตรมาสแรกในรอบกว่า 3 ปี แต่นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า หลังจากนี้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวและสหรัฐฯ จะไม่มุ่งหน้าเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์จากเจพีมอร์แกน เชส, แบงก์ ออฟ อเมริกา และมอร์แกน สแตนเลย์ เห็นพ้องว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 จะฟื้นตัวขึ้น หลังจากการปรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐด้านการทหาร รวมถึงการสต๊อกสินค้าของภาคธุรกิจที่ลดลง และการส่งออกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐฯ ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 หดตัวในอัตรา 0.1% ต่อปี แม้ว่าการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศจะแข็งแกร่งขึ้น
"เป็นความผิดพลาดที่จะมองการลดลงของจีดีพีในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการทหารและสต๊อกสินค้าเพียงชั่วคราว ว่าเป็นสัญญาณของการถดถอยทางเศรษฐกิจ" ไนเจล กอลต์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตตร์จากไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ กล่าว และประเมินว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตได้ 2% ในไตรมาสแรกของปี 2556
มาร์ค แซนดี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากมูดี้ส์ อนาไลติกส์ กล่าวว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จากอานิสงส์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวได้อย่างดี ประกอบกับตลาดแรงงานที่มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น และความต้องการสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ กลับคืนมาอีกครั้ง แซนดีประเมินว่าจีดีพีสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.1% ในปี 2556 หลังจากปี 2555 ขยายตัว 2.2%
การหดตัวลง 0.1% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาสที่ผ่านมานับเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่ไตรมาส 3 ของปี 2555 เศรษฐกิจขยายตัวได้ในอัตรา 3.1% ต่อปี
ปีเตอร์ นิวแลนด์ นักเศรษฐศาสตร์จากบาร์เคลย์ส กล่าวว่า ถ้าไม่รับรวมข้อมูลของสต๊อกสินค้าและค่าใช้จ่ายด้านการทหาร สัญญาณทางเศรษฐกิจอื่นๆ เป็นไปในทิศทางบวก โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคขยายตัว 2.2% จากการขยายตัว 1.6% ในไตรมาส 3 ของปี 2555 เช่นเดียวกับการลงทุนของภาคธุรกิจที่มีการเติบโตขึ้นเช่นกัน
ค่าใช้จ่ายด้านการทหารที่ลดลงอย่างมาก และการสต๊อกสินค้าที่ชะลอตัวลงในไตรมาสที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากที่ไตรมาสก่อนหน้าทั้งสองส่วนมีการเติบโตและช่วยในการขยายตัวของจีดีพี นอกจากนี้ ปัญหาการชะลอตัวของสต๊อกสินค้ายังเป็นผลพวงจากที่ซัพพลายเชนได้รับผลกระทบจากพายุแซนดี้
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยอมรับว่าเศรษฐกิจชะลอตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน "การเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยสาเหตุส่วนใหญ่มากจากอุปสรรคของสภาพอากาศและปัจจัยชั่วคราวอื่นๆ ขณะที่การใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และการลงทุนถาวรของภาคธุรกิจมีการขยายตัว และภาคอสังหาริมทรัพย์มีการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้น" เฟดกล่าวในแถลงการณ์หลังจากการประชุมนโยบายเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เฟดตัดสินใจต่ออายุมาตรการซื้อพันธบัตรมูลค่า 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนออกไป
สหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งประเทศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่รายงานการหดตัวทางเศรษฐกิจในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2555 ทั้งอังกฤษ เยอรมนี สเปน และเบลเยียมต่างกล่าวว่าเศรษฐกิจของประเทศหดตัวในไตรมาสดังกล่าว ขณะที่อีกหลายประเทศในยูโรโซนก็เป็นที่คาดหมายว่าจะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่หดตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเช่นเดียวกัน โดยสาเหตุสำคัญดูเหมือนจะมาจากการลดค่าใช้จ่ายของรัฐ
การพยายามลดการขาดดุลของรัฐบาลในประเทศพัฒนาแล้วเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะเติบโตได้เพียงเล็กน้อยในปีนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2556 จะเติบโต 3.5% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากตัวเลขประมาณการการเติบโตในปี 2555 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.2% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการรัดเข็มขัดในสหรัฐฯ และยุโรป ไอเอ็มเอฟคาดว่าประเทศพัฒนาแล้วจะเติบโตเพียง 1.4% ในปีนี้ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาจะขยายตัวได้ 5.5%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,815 วันที่ 3 - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556



